[Hello] ประกาศย้ายบ้านค่ะ ...
Heart's Tales_16
Heart's Tales_15
Heart's Tales_14
Heart's Tales_13
Heart's Tales_12
Heart's Tales_11
Heart's Tales_10
Heart's Tales_09
Heart's Tales_08
Heart's Tales_07
Heart's Tales_06
Heart's Tales_05
Heart's Tales_04
Heart's Tales_03

1 | 2 |>>


All (17)
default (17)



สมัครสมาชิก | Login


All (0)
default (0)



Kiraz 's Fix
KyuMin Board
SM FIX
Order Fix
MidnightFix



Heart's Tales_07
2006-09-10 08:38:26

คอนโดที่เจ้าของออกตัวว่าอยู่ค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัยเล่นเอาผมอยากจะซัดคนพูดเข้าสักทีสองที บ้านไกล....ไอ่บ้า นั่งรถไฟเลยบ้านผมไปแค่สองสถานีมันไกลตรงไหนกัน ไอ้หน้าหล่อและคิดว่าพ่อคงรวยด้วยพาผมมาหยุดหน้าตึกสูงรูปทรงทันสมัยจนน่ากลัวว่าเค้าจะสั่งห้ามนักศึกษาจนๆอย่างผมเข้าตั้งแต่ประตูหน้า จากนั้นก็พาขึ้นลิฟท์ไปหยุดที่ชั้นยี่สิบเจ็ด
 
 
ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ประตูห้องทำเอาผมต้องลอบกลืนน้ำลายไปหลายครั้ง ก็มันเล่นปูพรมตั้งแต่ทางเดินไปจนถึงประตูห้อง แถมผนังทางเดินยังประดับด้วยภาพเขียนเสียจนคลาสสิกไปทั้งชั้น การตกแต่งโดยรวมบอกได้คำเดียวว่าหรูหราจนประมาณราคาที่อยู่อาศัยแห่งนี้ไม่ถูก กว่าจะมาถึงหน้าห้องที่ต้องการก็เล่นเอาผมเหนื่อย กลัวว่าตัวเองจะซุ่มซ่ามทำของเค้าเสียหายเดี๋ยวจะไม่มีปัญญาชดใช้ให้คุณชายเธอน่ะครับ
 
 

 

กริ๊ก!
 
 

 

“เข้ามาก่อนสิ นั่งตรงเบาะนั่นก่อนก็ได้ หรือจะไปนั่งโซฟา”
 

เจ้าของห้องบอกอย่างเอื้อเฟื้อในขณะที่ผมมองสำรวจทั่วห้องกว้างอย่างตะลึง

โอย ผมคิดผิดใช่ไหมที่เสนอตัวมาเอาหนังสือถึงที่นี่
 
 
ข้างนอกก็กว่าหรูแล้วยังเทียบไม่ได้กับข้างในนี้ ผมเดินตัวลีบเข้าไปนั่งพับขาเรียบร้อยบนเบาะนุ่มหน้าโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่ที่ถูกจัดให้ตั้งลึกเข้าไปในผนังสีสว่างตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมเหมือนได้รับการออกแบบมาดี ทุกอย่างเน้นสีน้ำตาลไล่ระดับสีอ่อนเข้ม ตกแต่งให้เข้ากันกับผ้าม่านและผนังสีอ่อน  เติมสีสันสดใสด้วยแจกันดอกไม้รูปทรงเก๋แปลกตาประดับอยู่บางจุด ห้องจึงดูโล่งกว้างดูสะอาดสะอ้านผิดกับห้องผมลิบลับ
 
 
จินเดินหายเข้าไปในตรงประตูบานหนึ่ง ปล่อยให้ผมรอไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกล่องหนึ่งใบ หมอนั่นทรุดนั่งบนพรมไม่ยอมขึ้นมานั่งบนเบาะที่ผมครอบครองอยู่ วางกล่องลงให้ผมลงมือค้นหาหนังสือในนั้นโดยไม่ต้องเอ่ยปากขออนุญาตให้เสียเวลา
 
 
“โห เล่มหนาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
 
“มันเป็นรายงานประจำภาคการศึกษาใช่ไหม”
 
“ใช่ แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มทำส่วนที่สอง ฮิโรกิบอกว่าจะค่อยๆเก็บข้อมูลไปจะได้ไม่ต้องมารีบร้อนทีหลัง เผื่อมีตัวอื่นต้องทำซ้อนมาจะซวยเอา อาจารย์คณะฉันยิ่งชอบให้นิสิตทำรายงานส่งแทนการสอบอยู่ด้วย” คนฟังหัวเราะในลำคอ ช่วยผมหยิบหนังสือออกมาจากลังทีละเล่มๆ จนหมด
 
“ฮิโระพูดถูกแล้ว หนังสือพวกนี้มันหนาก็จริงแต่ส่วนใหญ่มันเป็นภาพประกอบ เนื้อหามีไม่ค่อยเท่าไหร่ ถึงต้องใช้หลายเล่มยังไงล่ะ ในกล่องนี้มันมีครบหมดแล้วนะ ถ้าเอาไปก็ไม่ต้องไปหาที่อื่นอีกเลย แต่อย่างที่บอกมันค่อนข้างหนักจะแบกไปไหวเหรอ”
 
“คง...ไหวอยู่มั้ง”
 
ผมชักไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง มองหนังสือที่มีสภาพใหม่เอี่ยมไม่ผิดกับหนังสือใหม่แล้วก็ให้นึกรู้ว่าเจ้าของเค้าคงระวังรักษามาอย่างดีเกิดผมเผลอทำหลุดมือตกพื้นเสียหายไปคงไม่ดีแน่ๆ ผมกำลังนึกอยู่ว่าจะขอยืมไปบางส่วนก่อนดีไหมแล้วที่เหลือค่อยมาเอาวันหลังแต่มาคิดว่าจะให้ผมเดินตัวเกร็งเข้าตึกนี้มาอีกก็ไม่ไหวเหมือนกัน เอายังไงดีว้า
 
“เอาไปบางส่วนก่อนได้ไหม แล้ววันหลังฉันจะกลับมาเอาอีกที”
 
“ไม่ต้องรีบใช้เหรอ ไหนบอกว่าต้องรวบรวมข้อมูลให้ฮิโระวันศุกร์นี้แล้วไง”
 
“ก็....ตั้งใจจะเอาไปเฉพาะที่ต้องใช้ก่อนน่ะ เดี๋ยวจะชวนเพื่อนมายืมอีกรอบ”
 
“เพื่อน ยามาชิตะคนเมื่อเช้าน่ะเหรอ” คุณชายจินท่านถามเสียงนุ่ม แม้ในยามสงสัยหน้าตาท่านก็ยังคงความหล่อไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ผมยักคิ้วรับยิ้มๆ
 
“อื้อ นายรู้จักยามะด้วยเหรอ” ดวงตาดำจัดเป็นประกายวาววับล้อแสงไฟน่ากลัวพิลึก แต่ก็สวยชวนให้ผมเอียงคอมองอย่างติดใจ ถูกผมมองมากเข้าหมอก็หรุบตามองหนังสือบนพื้นซะงั้น
 
มองแค่นี้ก็ไม่ได้ งกนี่หว่า
 
 
“ก็พอรู้ เพื่อนนายมาส่งฮิโระบ่อยๆเลยจำได้ เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่บ้านเอง หนังสือมันหนักนายหอบขึ้นรถไฟไปจะลำบากช่วงนี้รถยิ่งแน่นเกิดเจออย่างเมื่อเช้ายิ่งแล้วใหญ่ ฉันกลัวนายจะเอาหนังสือฉันไปปาใส่หน้าคนพวกนั้นเข้า”
 
“รู้ดี”
 
“แล้วถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามได้ ฉันเคยเรียนวิชานี้มาก่อน”
 
“โม้ป่าว เรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง นายจะยังจำได้อีกเหรอ”
 
แน่ะ ปากดีไหมล่ะผม คนเค้าอุตส่าห์หวังดี
 
“เรียนตั้งแต่ปีหนึ่งก็จริง แต่มันเป็นวิชาพื้นฐานที่ต้องเอาใช้แทบทุกวิชา ฉันไม่ได้จำหรอกแต่มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทุกวัน เลยฝังอยู่ในหัวตลอดเวลา ฮิโระก็มาถามเรียวมันบ่อยๆ ถ้า....นายสงสัยก็โทรมาถามฉันได้ ถือว่าฉันเป็นเพื่อนนายคนหนึ่งก็แล้วกัน”
 
“เอางั้นเหรอ งั้น.....ก็ไม่เกรงใจล่ะนะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยละกัน”
 
 
จินยังยิ้มบางเหมือนเคย ลุกขึ้นแล้วก็เดินหายไปในส่วนของห้องครัวพลอยให้ผมต้องหยุดเรื่องคุยไปด้วย เพราะเบาะที่นั่งอยู่มันนุ่มเหลือเกินผมเลยเผลอเลื้อยตัวลองนอนแผ่เสียเต็มสตรีม จนเจ้าของห้องเค้ากลับมาพร้อมน้ำผลไม้สองแก้ว ผมก็ยังไม่คิดจะลุกขึ้นนั่ง แค่พลิกตัวนอนคว่ำแล้วเท้าศอกกับพื้นเท่านั้น
 
 
“นอนแบบนั้น ไม่เจ็บศอกหรือ”
 
“ไม่นี่ เบาะนี้ก็ออกหนา นุ่มดีด้วย เฮ้อ อยากได้ไปเก็บไว้ที่บ้านจังเลย” ส่งแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบให้ผมซดโฮกแล้วก็ลุกไปหยิบหมอนใบใหญ่บนโซฟามาวางไว้ใต้คางผมอย่างเบามือ
 
 
เออ เอาเข้าไป เอาใจกันซะจนผมชักเคลิ้มแล้วนะเนี่ย ว่าแต่หมอนี่ไปเปิดเพลงคลอตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ทำไมผมไม่ทันเห็น อากาศดีมีเสียงเพลงหวานๆบวกกลิ่นหอมอ่อนๆทำเอาหนังตาชักอยากจะปิดซะแล้วสิ
 
 
“ถ้าชอบก็มาเที่ยวบ่อยๆสิ ฉันชอบดูหนัง ปกติถ้าไม่มีเรียน ไม่ได้ออกไปทำธุระที่ไหนก็มักจะนอนดูหนังตรงที่นายนอนอยู่นี่แหละ นายชอบดูหนังไหม”
 
“ชอบ ก็เพิ่งออกมาจากโรงหนังพร้อมกัน”
 
เจ้าของห้องรูปงามนามเพราะยิ้มเจือด้วยเสียงหัวเราะนุ่มหู ผมมองแล้วก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองลืมถามเรื่องสำคัญไปซะนานเลยรีบวางแก้วน้ำลงบนถาด ดีนะที่คิดออกได้ตอนที่ยังอยู่ต่อหน้าเจ้าตัว
 
“นี่ นายน่ะ.....”
 
“เรียกใคร คนเค้ามีชื่อก็เรียกชื่อสิ”
 
“เออๆ ถามอะไรหน่อยสิอาคานิชิจิน”
 
“จะถามอะไร”
 
“นายมีแฟนหรือยัง”
 
“อุ๊ก....แค่กๆๆๆ......อึ่ก.....เมื่อ.....เมื่อกี้ว่าไงนะ” ผมยิ้มหวาน พยายามทำหน้าตาซื่อใสไร้เดียงสาขยับเข้าช่วยลูบหลังลูบไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ โถ ก็ใครจะคิดว่าจะอ่อนไหวกับคำว่าแฟน มากมายขนาดนี้ สำลักน้ำผลไม้จนหมดรูปแบบนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าคำถามของผมไปจี้ใจดำคุณชายท่านเข้า
 
 
แบบนี้ มันก็ยิ่งอยากรู้ขึ้นอีกสิบเท่าเลยนะเนี่ย
 
 
“ถามว่ามีแฟนหรือยัง”
 
“อยากรู้ไปทำไม ใครใช้ให้มาถามหรือไง”
 
“ก็อยู่กันสองคนจะมีใครใช้เล่า ฉันอยากรู้เอง นะ บอกหน่อยนะ อาคานิชิจิน”
 
“ไม่บอก”
 
“ทำไมล่ะ”
 
“ก็ไม่อยากบอก”
 
 
เห็นไหมล่ะครับ! ผิดจากที่ผมคิดซะเมื่อไหร่ ก็บอกแล้วโหงวเฮ้งแบบนี้น่ะ บทจะกวนขึ้นมาท่านก็ทำได้หน้าตาเฉยเหมือนกัน ผมพ่นลมจิ๊จ๊ะ ฟาดหมอนในมือให้รู้ว่าไม่ชอบใจ ถ้าเป็นเจ้าปลาทองยามะพีเห็นแบบนี้คงรีบเอาใจผมแล้ว แต่หมอนี่นอกจากจะไม่เอาใจแล้วยังทำเมินหันไปซดน้ำลงคอแทนเสียนี่ คุณรู้ไหม ท่าทางแบบนั้นมันสามารปลุกนิสัยของเด็กสิบขวบในตัวผมให้ตื่นขึ้นมาได้ทันทีเลยล่ะ ความพาลมันเลยเริ่มกำเริบผมทิ้งหมอนในมือ ผุดลุกขึ้นยืนค้ำหัวอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง
 
 
ใช่สิ ผมจะมาคาดหวังอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันวันแรกล่ะ
 
 
“เออ ขอโทษที่เสียมารยาท ลืมไปว่าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน”
 
“ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วฉันต้องบอกนายทุกเรื่องเหรอคาเมนาชิ”
 
“ถ้านายคิดจะเป็นเพื่อนกับฉัน คำตอบก็คือใช่ เพราะคนอื่นๆก็เป็นแบบนี้”
 
“คนอื่นๆน่ะใคร”
 
 
เจ้าของเสียงยังคงความสงบไว้ไม่เปลี่ยนแปลง นิ่ง สุขุม แต่ตอนนี้มันดูขัดหูขัดตาผมพิลึก ก็ผมมองออกนี่นาว่านายอาคานิชิจินกำลังไม่พอใจอยู่น่ะ คงเคืองนั่นแหละแต่ไม่ยอมแสดงออกแล้วก็ไม่ฟาดหัวฟาดหางแบบที่ผมทำ ผมก็บ้าพอกันรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนสนิททั้งสองคน แถมยังเพิ่งได้เจอหน้าได้พูดคุยกันไม่ถึงวัน แต่ก็ยังหาเรื่องชวนทะเลาะเหมือนรู้จักกันมานานแรมปีแล้วอย่างนั้นแหละ
 
 
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ห้ามตัวเองไม่ได้นี่นา
 
 
“ก็ยามะ ฮิโระ ทุกคนนั่นแหละแต่ไม่นับรวมนาย”
 
 
“ฉันก็......ไม่เดือดร้อน อยู่ที่นายตัดสินก็แล้วกัน สำหรับนายจะให้ฉันเป็นเพื่อน.......หรือเป็นใคร”
 
 
 

 





จินถึงกับสำลักเรยทีเดียว .. ฮ่า ๆ
แต่มีแอบหึง ๆ ด้วยนะเนี่ย

ชอบประโยคสุดท้ายที่จินพูดอ่ะ ^^''
by : dashiiz [2006-10-20 11:15:25]


โฮะๆจินเปิดทางให้ขนาดนี้ คาเมะก้อนะบู๊จริงๆ แต่จินถือว่าก้าวหน้ามากเลยนะ
by : pink75 [2006-12-27 13:44:07]


Jin sama very hi-so


by : namjinme [2006-12-27 13:44:12]


อ่านไปอ่านมาชักกลัวจินกะพีลึกๆๆ

คาเมะถ้าเคลิ้มหลับระวังจิ้นนะจ๊ะ
by : พลอย [2007-01-04 15:24:52]


ถ้าแต่งงานกันได้คงลูกดกแน่นอน
by : yuki [2007-01-26 14:09:25]


ฮะฮ่ะฮ่า...............จินน่ารัก
by : yuki [2007-02-01 13:06:34]


น่าน....คุณจินก็เพอร์เฟ็คจริงๆๆด้วยละน้า....คาเมะจังก็นะ ไหงเจ้าอารมณ์จังเลยน้า
ว่าแต่จินแอบชอบใครอะ ไม่ใช่ยามะใช่มั้ย
ทำไมตัวเองอ่านๆๆไปแล้วแอบกลัวว่าจินจะแอบชอบยามะพีไปซะงั้นไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย...
by : Jink [2007-03-12 00:11:59]