Heart's Tales_07
2006-09-10 08:38:26
คอนโดที่เจ้าของออกตัวว่าอยู่ค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัยเล่นเอาผมอยากจะซัดคนพูดเข้าสักทีสองที บ้านไกล....ไอ่บ้า นั่งรถไฟเลยบ้านผมไปแค่สองสถานีมันไกลตรงไหนกัน ไอ้หน้าหล่อและคิดว่าพ่อคงรวยด้วยพาผมมาหยุดหน้าตึกสูงรูปทรงทันสมัยจนน่ากลัวว่าเค้าจะสั่งห้ามนักศึกษาจนๆอย่างผมเข้าตั้งแต่ประตูหน้า จากนั้นก็พาขึ้นลิฟท์ไปหยุดที่ชั้นยี่สิบเจ็ด
ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ประตูห้องทำเอาผมต้องลอบกลืนน้ำลายไปหลายครั้ง ก็มันเล่นปูพรมตั้งแต่ทางเดินไปจนถึงประตูห้อง แถมผนังทางเดินยังประดับด้วยภาพเขียนเสียจนคลาสสิกไปทั้งชั้น การตกแต่งโดยรวมบอกได้คำเดียวว่าหรูหราจนประมาณราคาที่อยู่อาศัยแห่งนี้ไม่ถูก กว่าจะมาถึงหน้าห้องที่ต้องการก็เล่นเอาผมเหนื่อย กลัวว่าตัวเองจะซุ่มซ่ามทำของเค้าเสียหายเดี๋ยวจะไม่มีปัญญาชดใช้ให้คุณชายเธอน่ะครับ
กริ๊ก!
เข้ามาก่อนสิ นั่งตรงเบาะนั่นก่อนก็ได้ หรือจะไปนั่งโซฟา
เจ้าของห้องบอกอย่างเอื้อเฟื้อในขณะที่ผมมองสำรวจทั่วห้องกว้างอย่างตะลึง
โอย ผมคิดผิดใช่ไหมที่เสนอตัวมาเอาหนังสือถึงที่นี่
ข้างนอกก็กว่าหรูแล้วยังเทียบไม่ได้กับข้างในนี้ ผมเดินตัวลีบเข้าไปนั่งพับขาเรียบร้อยบนเบาะนุ่มหน้าโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่ที่ถูกจัดให้ตั้งลึกเข้าไปในผนังสีสว่างตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมเหมือนได้รับการออกแบบมาดี ทุกอย่างเน้นสีน้ำตาลไล่ระดับสีอ่อนเข้ม ตกแต่งให้เข้ากันกับผ้าม่านและผนังสีอ่อน เติมสีสันสดใสด้วยแจกันดอกไม้รูปทรงเก๋แปลกตาประดับอยู่บางจุด ห้องจึงดูโล่งกว้างดูสะอาดสะอ้านผิดกับห้องผมลิบลับ
จินเดินหายเข้าไปในตรงประตูบานหนึ่ง ปล่อยให้ผมรอไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกล่องหนึ่งใบ หมอนั่นทรุดนั่งบนพรมไม่ยอมขึ้นมานั่งบนเบาะที่ผมครอบครองอยู่ วางกล่องลงให้ผมลงมือค้นหาหนังสือในนั้นโดยไม่ต้องเอ่ยปากขออนุญาตให้เสียเวลา
โห เล่มหนาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
มันเป็นรายงานประจำภาคการศึกษาใช่ไหม
ใช่ แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มทำส่วนที่สอง ฮิโรกิบอกว่าจะค่อยๆเก็บข้อมูลไปจะได้ไม่ต้องมารีบร้อนทีหลัง เผื่อมีตัวอื่นต้องทำซ้อนมาจะซวยเอา อาจารย์คณะฉันยิ่งชอบให้นิสิตทำรายงานส่งแทนการสอบอยู่ด้วย คนฟังหัวเราะในลำคอ ช่วยผมหยิบหนังสือออกมาจากลังทีละเล่มๆ จนหมด
ฮิโระพูดถูกแล้ว หนังสือพวกนี้มันหนาก็จริงแต่ส่วนใหญ่มันเป็นภาพประกอบ เนื้อหามีไม่ค่อยเท่าไหร่ ถึงต้องใช้หลายเล่มยังไงล่ะ ในกล่องนี้มันมีครบหมดแล้วนะ ถ้าเอาไปก็ไม่ต้องไปหาที่อื่นอีกเลย แต่อย่างที่บอกมันค่อนข้างหนักจะแบกไปไหวเหรอ
คง...ไหวอยู่มั้ง
ผมชักไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง มองหนังสือที่มีสภาพใหม่เอี่ยมไม่ผิดกับหนังสือใหม่แล้วก็ให้นึกรู้ว่าเจ้าของเค้าคงระวังรักษามาอย่างดีเกิดผมเผลอทำหลุดมือตกพื้นเสียหายไปคงไม่ดีแน่ๆ ผมกำลังนึกอยู่ว่าจะขอยืมไปบางส่วนก่อนดีไหมแล้วที่เหลือค่อยมาเอาวันหลังแต่มาคิดว่าจะให้ผมเดินตัวเกร็งเข้าตึกนี้มาอีกก็ไม่ไหวเหมือนกัน เอายังไงดีว้า
เอาไปบางส่วนก่อนได้ไหม แล้ววันหลังฉันจะกลับมาเอาอีกที
ไม่ต้องรีบใช้เหรอ ไหนบอกว่าต้องรวบรวมข้อมูลให้ฮิโระวันศุกร์นี้แล้วไง
ก็....ตั้งใจจะเอาไปเฉพาะที่ต้องใช้ก่อนน่ะ เดี๋ยวจะชวนเพื่อนมายืมอีกรอบ
เพื่อน ยามาชิตะคนเมื่อเช้าน่ะเหรอ คุณชายจินท่านถามเสียงนุ่ม แม้ในยามสงสัยหน้าตาท่านก็ยังคงความหล่อไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ผมยักคิ้วรับยิ้มๆ
อื้อ นายรู้จักยามะด้วยเหรอ ดวงตาดำจัดเป็นประกายวาววับล้อแสงไฟน่ากลัวพิลึก แต่ก็สวยชวนให้ผมเอียงคอมองอย่างติดใจ ถูกผมมองมากเข้าหมอก็หรุบตามองหนังสือบนพื้นซะงั้น
มองแค่นี้ก็ไม่ได้ งกนี่หว่า
ก็พอรู้ เพื่อนนายมาส่งฮิโระบ่อยๆเลยจำได้ เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่บ้านเอง หนังสือมันหนักนายหอบขึ้นรถไฟไปจะลำบากช่วงนี้รถยิ่งแน่นเกิดเจออย่างเมื่อเช้ายิ่งแล้วใหญ่ ฉันกลัวนายจะเอาหนังสือฉันไปปาใส่หน้าคนพวกนั้นเข้า
รู้ดี
แล้วถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามได้ ฉันเคยเรียนวิชานี้มาก่อน
โม้ป่าว เรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง นายจะยังจำได้อีกเหรอ
แน่ะ ปากดีไหมล่ะผม คนเค้าอุตส่าห์หวังดี
เรียนตั้งแต่ปีหนึ่งก็จริง แต่มันเป็นวิชาพื้นฐานที่ต้องเอาใช้แทบทุกวิชา ฉันไม่ได้จำหรอกแต่มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทุกวัน เลยฝังอยู่ในหัวตลอดเวลา ฮิโระก็มาถามเรียวมันบ่อยๆ ถ้า....นายสงสัยก็โทรมาถามฉันได้ ถือว่าฉันเป็นเพื่อนนายคนหนึ่งก็แล้วกัน
เอางั้นเหรอ งั้น.....ก็ไม่เกรงใจล่ะนะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยละกัน
จินยังยิ้มบางเหมือนเคย ลุกขึ้นแล้วก็เดินหายไปในส่วนของห้องครัวพลอยให้ผมต้องหยุดเรื่องคุยไปด้วย เพราะเบาะที่นั่งอยู่มันนุ่มเหลือเกินผมเลยเผลอเลื้อยตัวลองนอนแผ่เสียเต็มสตรีม จนเจ้าของห้องเค้ากลับมาพร้อมน้ำผลไม้สองแก้ว ผมก็ยังไม่คิดจะลุกขึ้นนั่ง แค่พลิกตัวนอนคว่ำแล้วเท้าศอกกับพื้นเท่านั้น
นอนแบบนั้น ไม่เจ็บศอกหรือ
ไม่นี่ เบาะนี้ก็ออกหนา นุ่มดีด้วย เฮ้อ อยากได้ไปเก็บไว้ที่บ้านจังเลย ส่งแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบให้ผมซดโฮกแล้วก็ลุกไปหยิบหมอนใบใหญ่บนโซฟามาวางไว้ใต้คางผมอย่างเบามือ
เออ เอาเข้าไป เอาใจกันซะจนผมชักเคลิ้มแล้วนะเนี่ย ว่าแต่หมอนี่ไปเปิดเพลงคลอตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ทำไมผมไม่ทันเห็น อากาศดีมีเสียงเพลงหวานๆบวกกลิ่นหอมอ่อนๆทำเอาหนังตาชักอยากจะปิดซะแล้วสิ
ถ้าชอบก็มาเที่ยวบ่อยๆสิ ฉันชอบดูหนัง ปกติถ้าไม่มีเรียน ไม่ได้ออกไปทำธุระที่ไหนก็มักจะนอนดูหนังตรงที่นายนอนอยู่นี่แหละ นายชอบดูหนังไหม
ชอบ ก็เพิ่งออกมาจากโรงหนังพร้อมกัน
เจ้าของห้องรูปงามนามเพราะยิ้มเจือด้วยเสียงหัวเราะนุ่มหู ผมมองแล้วก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองลืมถามเรื่องสำคัญไปซะนานเลยรีบวางแก้วน้ำลงบนถาด ดีนะที่คิดออกได้ตอนที่ยังอยู่ต่อหน้าเจ้าตัว
นี่ นายน่ะ.....
เรียกใคร คนเค้ามีชื่อก็เรียกชื่อสิ
เออๆ ถามอะไรหน่อยสิอาคานิชิจิน
จะถามอะไร
นายมีแฟนหรือยัง
อุ๊ก....แค่กๆๆๆ......อึ่ก.....เมื่อ.....เมื่อกี้ว่าไงนะ ผมยิ้มหวาน พยายามทำหน้าตาซื่อใสไร้เดียงสาขยับเข้าช่วยลูบหลังลูบไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ โถ ก็ใครจะคิดว่าจะอ่อนไหวกับคำว่าแฟน มากมายขนาดนี้ สำลักน้ำผลไม้จนหมดรูปแบบนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าคำถามของผมไปจี้ใจดำคุณชายท่านเข้า
แบบนี้ มันก็ยิ่งอยากรู้ขึ้นอีกสิบเท่าเลยนะเนี่ย
ถามว่ามีแฟนหรือยัง
อยากรู้ไปทำไม ใครใช้ให้มาถามหรือไง
ก็อยู่กันสองคนจะมีใครใช้เล่า ฉันอยากรู้เอง นะ บอกหน่อยนะ อาคานิชิจิน
ไม่บอก
ทำไมล่ะ
ก็ไม่อยากบอก
เห็นไหมล่ะครับ! ผิดจากที่ผมคิดซะเมื่อไหร่ ก็บอกแล้วโหงวเฮ้งแบบนี้น่ะ บทจะกวนขึ้นมาท่านก็ทำได้หน้าตาเฉยเหมือนกัน ผมพ่นลมจิ๊จ๊ะ ฟาดหมอนในมือให้รู้ว่าไม่ชอบใจ ถ้าเป็นเจ้าปลาทองยามะพีเห็นแบบนี้คงรีบเอาใจผมแล้ว แต่หมอนี่นอกจากจะไม่เอาใจแล้วยังทำเมินหันไปซดน้ำลงคอแทนเสียนี่ คุณรู้ไหม ท่าทางแบบนั้นมันสามารปลุกนิสัยของเด็กสิบขวบในตัวผมให้ตื่นขึ้นมาได้ทันทีเลยล่ะ ความพาลมันเลยเริ่มกำเริบผมทิ้งหมอนในมือ ผุดลุกขึ้นยืนค้ำหัวอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง
ใช่สิ ผมจะมาคาดหวังอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันวันแรกล่ะ
เออ ขอโทษที่เสียมารยาท ลืมไปว่าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน
ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วฉันต้องบอกนายทุกเรื่องเหรอคาเมนาชิ
ถ้านายคิดจะเป็นเพื่อนกับฉัน คำตอบก็คือใช่ เพราะคนอื่นๆก็เป็นแบบนี้
คนอื่นๆน่ะใคร
เจ้าของเสียงยังคงความสงบไว้ไม่เปลี่ยนแปลง นิ่ง สุขุม แต่ตอนนี้มันดูขัดหูขัดตาผมพิลึก ก็ผมมองออกนี่นาว่านายอาคานิชิจินกำลังไม่พอใจอยู่น่ะ คงเคืองนั่นแหละแต่ไม่ยอมแสดงออกแล้วก็ไม่ฟาดหัวฟาดหางแบบที่ผมทำ ผมก็บ้าพอกันรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนสนิททั้งสองคน แถมยังเพิ่งได้เจอหน้าได้พูดคุยกันไม่ถึงวัน แต่ก็ยังหาเรื่องชวนทะเลาะเหมือนรู้จักกันมานานแรมปีแล้วอย่างนั้นแหละ
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ห้ามตัวเองไม่ได้นี่นา
ก็ยามะ ฮิโระ ทุกคนนั่นแหละแต่ไม่นับรวมนาย
ฉันก็......ไม่เดือดร้อน อยู่ที่นายตัดสินก็แล้วกัน สำหรับนายจะให้ฉันเป็นเพื่อน.......หรือเป็นใคร

จินถึงกับสำลักเรยทีเดียว .. ฮ่า ๆ
แต่มีแอบหึง ๆ ด้วยนะเนี่ย
ชอบประโยคสุดท้ายที่จินพูดอ่ะ ^^''
by :
dashiiz
[2006-10-20 11:15:25]
โฮะๆจินเปิดทางให้ขนาดนี้ คาเมะก้อนะบู๊จริงๆ แต่จินถือว่าก้าวหน้ามากเลยนะ
by :
pink75
[2006-12-27 13:44:07]
Jin sama very hi-so
by :
namjinme
[2006-12-27 13:44:12]
อ่านไปอ่านมาชักกลัวจินกะพีลึกๆๆ
คาเมะถ้าเคลิ้มหลับระวังจิ้นนะจ๊ะ
by :
พลอย
[2007-01-04 15:24:52]
ถ้าแต่งงานกันได้คงลูกดกแน่นอน
by :
yuki
[2007-01-26 14:09:25]
ฮะฮ่ะฮ่า...............จินน่ารัก
by :
yuki
[2007-02-01 13:06:34]
น่าน....คุณจินก็เพอร์เฟ็คจริงๆๆด้วยละน้า....คาเมะจังก็นะ ไหงเจ้าอารมณ์จังเลยน้า
ว่าแต่จินแอบชอบใครอะ ไม่ใช่ยามะใช่มั้ย
ทำไมตัวเองอ่านๆๆไปแล้วแอบกลัวว่าจินจะแอบชอบยามะพีไปซะงั้นไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย...
by :
Jink
[2007-03-12 00:11:59]
|