[Hello] ประกาศย้ายบ้านค่ะ ...
Heart's Tales_16
Heart's Tales_15
Heart's Tales_14
Heart's Tales_13
Heart's Tales_12
Heart's Tales_11
Heart's Tales_10
Heart's Tales_09
Heart's Tales_08
Heart's Tales_07
Heart's Tales_06
Heart's Tales_05
Heart's Tales_04
Heart's Tales_03

1 | 2 |>>


All (17)
default (17)



สมัครสมาชิก | Login


All (0)
default (0)



Kiraz 's Fix
KyuMin Board
SM FIX
Order Fix
MidnightFix



Heart's Tales_09
2006-09-22 11:31:59

 
 
เสียงฝีเท้าดังขึ้นในความสงัดเงียบของห้องสมุดประจำคณะอักษรศาสตร์ ไม่ได้เร่งเร็วรีบเร่งแต่ก็ไม่ได้ทอดช้าเป็นจังหวะเอื่อยเฉื่อยอย่างที่มักจะดังในหอสมุดแห่งนี้ มันดังก้องทุกครั้งที่เจ้ารองเท้าคู่นั้นเหยียบลงบนพื้นไม้ปาเก้ขัดมันเงาวับ ผมย้ายสายตาจากสายฝนด้านนอกกลับมาสู่หนังสือที่เปิดค้างไว้แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าของเสียงเมื่อครู่โผล่พรวดเข้ามาในมุมส่วนตัวของผมแบบไม่ให้ตั้งตัว
 
“เป็นอะไรไปหรือเปล่า”
 
เสียงทุ้มถามผมพร้อมกับการอัญเชิญตัวเองลงนั่งตรงข้ามแบบไม่ต้องเสียเวลาขออนุญาต ผมถือดินสอในมือค้าง อ้าปากมองอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นจนจินต้องยื่นมือมาแตะคางผมขึ้น
 
“คาเมนาชิ ไม่สบายหรือเปล่า”
 
“ไม่ เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร แล้วทำไมนายมาอยู่ที่นี่”
 
“ก็มาหานายน่ะสิ โทรไปพูดกันยังไม่ทันเข้าใจก็วางสายไปซะอย่างนั้น”
 
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร แค่.....”
 
“ต่อสายผิด”
 
“เออ”
 
 
ใช่แล้วครับ เมื่อตอนที่ผมกดโทรออกไปหาจิน แล้วพ่อคนดีก็โทรกลับมาแบบสายฟ้าแลบ เรายังไม่ทันได้คุยกันอย่างที่ตั้งใจ ผมก็ดันบอกมันว่าต่อผิดหลังจากที่อ้ำอึ้งอยู่นาน มันค่อนข้างจะผิดวิสัยของคนที่ปากตรงกับใจแบบผมไปสักหน่อยที่จู่ๆก็ไม่กล้าพูดขึ้นมาดื้อๆว่าจะโทรมาขอให้ช่วยติวให้สักบทสองบท
 
 
แต่ผมก็ทำไปแล้ว
 
 
แถมยังตัดวางสายจากฝ่ายนั้นแบบไม่รีรออีกด้วย ก็ไม่เข้าใจหรอกครับว่าทำไมต้องทำแบบนั้นแต่ผมบอกตัวเองว่าผมเกรงใจ เพราะถ้าจะนับแล้วผมกับจินก็เป็นเพียงแค่คนรู้จักกันธรรมดาออกจะผิวเผินด้วยซ้ำ จะให้ผมไปขอความช่วยเหลือเขามันก็ยังไงอยู่ แถมครั้งสุดท้ายที้เจอกันมันก็ใช่ว่าจะประทับใจจนจะเอามาเป็ฯแรงหนุนนำให้ผมแบกหน้าไปพึ่งเค้าได้
 
 
พูดง่ายๆคือ ผมแอบอายที่ทำฤทธิ์ใส่เค้าไว้เยอะนั่นแหละครับ
 
 
“การบ้านเหรอ”
 
 
เสียงนุ่มยังคงระดับความอบอุ่นไว้ได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน แถมยังเปลี่ยนเรื่องเป็นแสงสว่างนำทางให้ผมราวกับรู้ใจ ผมมองปลายนิ้วที่แตะลากกระดาษของผมไปแล้วก็พยักหน้าตอบเงียบๆ จินมองไล่ตามข้อความที่ผมถอดความไว้แวบเดียวก็ยิ้มเต็มหน้า
 
“ก็บอกแล้วว่ามันยาก เหลือเวลาอีกแค่สองสามวันทำไม่ทันหรอก”
 
“รู้ได้ยังไง”
 
“ก็ฉันเคยทำมาก่อน”
 
“ไม่ใช่ รู้ได้ยังไงว่าเหลือเวลาอีกแค่สองวัน”
 
“ฮิโระจังบอก”
 
ผมเคาะปากกากับหน้าหนังสือแล้วก็คิดไปพลาง เจ้าเพื่อนหน้าหวานของผมมันคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยไม่มากก็น้อยแน่ ถ้าผมถามออกไปว่ารู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่ สงสัยคำตอบคงไม่พ้น
 
“เค้าเป็นคนบอกฉันว่านายอยู่ที่ห้องสมุดนี่น่ะ”
 
เหอะ ผิดจากที่คิดไหมล่ะ
 
ฮิโรกินี่มันห่วงงานจริงๆนะ คงคาดไว้แล้วว่าผมจะทำงานชิ้นนี้ส่งไม่ทันแน่เพราะทั้งเจ้าตัวและยามะพีนั้นก็ทำส่วนของตัวเองยังไม่เสร็จคงมาช่วยผมอย่างที่บอกไว้ตอนแรกไม่ได้แน่แล้วเลยต้องส่งหมอนี่มาช่วย น่านับถือในความเอาใจใส่ของเจ้าเพื่อนผู้รอบคอบของผมเสียจริง!
 

“มานั่งทางนี้สิ อยู่กันคนละด้านแบบนี้มันไม่ถนัดนะ”

จินบอกตาใส แล้วผมก็จิ๊ปากตอบ
 
“นายก็มานั่งด้านนี้สิ ฉันชอบมุมนี้”
 
โอ้ ช่างเห็นเหตุผลที่แสนจะน่าถีบอะไรแบบนี้หนอ จินชะงักมือที่กำลังกดเลื่อนไส้ดินสอ เงยมองผมก่อนจะตั้งต้นหัวเราะขำ มันขำจริงๆนะ ขำจนน้ำตาซึมเลย ผมเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองมันนานมาก คนอะไรหัวเราะก็ยังดูดี!
 
“เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ”
 
หมอนั่นบ่นเจือเสียงหัวเราะ เออ การถูกขัดใจนี่มันน่าอารมณ์ดีตรงไหนวะ ผมขยับไปติดหน้าต่างกระจก ให้หมอมานั่งเก้าอี้ตัวที่เหลือ จินเสยผมไปครั้งหนึ่ง หัวเราะเบาๆตบท้ายอีกครั้งก่อนจะนิ่วหน้าเพราะเจอฤทธิ์ปลายศอกผมกระทุ้งเข้าให้
 
“เจ็บนะ”
 
“ใครใช้ให้นายหัวเราะ ขำมากหรือไง” ยัง ยังไม่หยุดยิ้ม
 
“ก็มันขำ รู้ตัวหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเองต้องพึ่งฉันอยู่นะ มาออกคำสั่งนั่นนี่แถมยังทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีงานส่งอาจารย์หรอก”
 
“ถ้านายมัวแต่นั่งทวงบุญคุณแบบนี้มันก็ไม่มีส่งเหมือนกัน”
 
“ทำไมจะไม่มี”
 
 
ไอ้คนดีของฮิโรกิที่พ่วงตำแหน่งผู้มีพระคุณของผมมาด้วยทำหน้ารื่น ใช้ดินสอเขี่ยมือผมให้พ้นหน้าหนังสือแล้วก็เริ่มใช้ดินสอขีดเส้นลงตรงหัวข้อเป็นจุดแรก เสียงทุ้มอ่านทวนประโยคนั้นด้วยสำเนียงที่ไพเราะเสนาะหูแต่ช่างฟังยากเหลือเกินในความคิดของผม อาคานิชิจินจะอ่านและอธิบายด้วยสำเนียงจากอเมริกาหรืออังกฤษผมก็สุดจะรู้ แต่ที่แน่ๆหมอนี่ไม่ได้ใช้สำเนียงญี่ปุ่นแน่ เพราะฟังแล้วมันไม่มี แอนโดะ ออลูโซ หรือเทสโตะ หลุดมาให้ผมคุ้นหูเลย
 

 

.

.

.

 
 
“เข้าใจหรือยังว่าศิลปินเค้าต้องการอะไร”
 
“............................”
 
                อาจารย์พิเศษถามย้ำเมื่อเราผ่านบทเรียนสุดแสนจะโหดหินไปได้สักหนึ่งในสามส่วน เห็นผมนั่งนิ่งไม่ตอบ หมอก็เอียงหน้ามามอง แล้วมันก็ยิ้มอีกแล้ว
 
                “ไม่เข้าใจเหรอ มันยากไปหรือฉันอธิบายเข้าใจยาก”
 
                “ไม่ใช่ทั้งสองข้อนั่นแหละ”
 
                “แล้วทำไมนั่งเงียบ ตกลงตอบได้หรือเปล่า”
 
                “ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ”
 
                “เรื่อง” คนพูดถอดแว่นสายตาออก มองมาแบบกึ่งยิ้มกึ่ง-งง ก็คงสงสัยเหมือนกันแหละว่าตอบได้แล้วทำไมยังไม่เข้าใจ ก่อนที่จะทำให้อีกฝ่ายเสียเซลฟ์ในการสอนไปเสียก่อน ผมก็แจงว่า
 
                “นายมีเวลาว่างเหรอ ฮิโรกิบอกว่านายอยู่ปีห้าเหมือนเรียว ฉันเหมือนจะรู้มาว่าหมอนั่นน่ะงานยุ่งตลอดเวลา แต่ทำไมนายยังมีเวลามาช่วยฉันทำรายงาน ถามจริงเถอะ มันเดือดร้อนนายหรือเปล่า”
 
 

                ริมฝีปากสีแดงเลือดวาดเป็นรอยยิ้มกว้าง

                โอ่ย มันหล่อจริงๆ ให้ตายเถอะ
 
 
                “มันจะเดือดร้อนก็ต่อเมื่อฉันทำให้นายส่งงานไม่ทันต่างหากล่ะ”
 
                “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าส่งไม่ทันมันก็เป็นความผิดของฉันเอง นายไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบ ฮิโรกิเองคงไม่ว่าอะไรหรอก”
 
                “แล้วมันเกี่ยวกับฮิโระจังยังไง”
 
                “ก็....ฮิโระขอให้นายมาช่วยฉันไม่ใช่หรือไง”
 
                “......................................”
 
                “ถึงจะจริงจังกับการเรียนแค่ไหนแต่เค้าไม่มีทางตำหนินายหรอก วางใจได้”
 
 
                จินทำหน้าแปลกๆ คนตัวสูงยืดตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วก็หัวเราะเสียงต่ำอยู่ในลำคอ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าไอ้กริยาแบบนั้นมันส่อให้เห็นถึงอารมณ์แบบไหน เมื่ออีกฝ่ายไม่อธิบายแถมยังส่งสัญญาณให้กลับไปหาบทเรียนต่อผมก็ปล่อยประเด็นล่าสุดทิ้งไว้ตรงนั้น
 
 

ช่างเถอะ ผมถามในสิ่งที่ข้องใจไปแล้ว อีกฝ่ายไม่อยากตอบผมก็ไม่อยากเซ้าซี้ สรุปก็คือ เพราะเป็นเรื่องที่ฮิโรกิไหว้วานมา แม้จะเดือดร้อน อาคานิชิจินก็เต็มใจไม่มีปัญหา ว่างั้นเถอะ

 
 
 




เวรร ต่อสายผิด เหอๆๆ คิดได้นะคะ หยอกกันนน่ารักเชียวนะ มีแอบใช้กำลังอ่ะคาเมะจังก็
เฮ้อ สงสารก็สงสารจินอยู่หรอกน้า ทำความดีแต่เค้าไม่เห็นใช่เปล่า คาเมะดั๊นคิดว่าฮิโรกิบอกให้ช่วยซะได้
จินอย่าเพิ่งน้อยใจไปเลยนะ
by : akachan [2006-10-04 11:10:03]


จินโชว์โปรอย่างแรง หุหุ

แอบเดาว่าจินเต็มใจมาเองซะงั้น ฮี่ ๆ ^^
by : dashiiz [2006-10-20 11:56:39]


aaaaaaa
Kame chan yakimochi??
eiei
by : namjinme [2006-12-27 13:57:42]


ง้อกันสุดๆ จินพยายามเข้านะเด็กแสบปราบยากนิดนึง
by : pink75 [2006-12-27 14:15:01]


คาเมะจ๋า.....หนูแอบพาลมากๆๆๆๆเลยนะนี่..คุณจินก็นะยังไม่มีหลุดให้เห็นเลยไง โชว์โปรมากๆๆๆๆ
น่ารักดีค่ะ.....
by : jink [2007-03-12 00:57:29]