Heart's Tales_09
2006-09-22 11:31:59
เสียงฝีเท้าดังขึ้นในความสงัดเงียบของห้องสมุดประจำคณะอักษรศาสตร์ ไม่ได้เร่งเร็วรีบเร่งแต่ก็ไม่ได้ทอดช้าเป็นจังหวะเอื่อยเฉื่อยอย่างที่มักจะดังในหอสมุดแห่งนี้ มันดังก้องทุกครั้งที่เจ้ารองเท้าคู่นั้นเหยียบลงบนพื้นไม้ปาเก้ขัดมันเงาวับ ผมย้ายสายตาจากสายฝนด้านนอกกลับมาสู่หนังสือที่เปิดค้างไว้แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าของเสียงเมื่อครู่โผล่พรวดเข้ามาในมุมส่วนตัวของผมแบบไม่ให้ตั้งตัว
เป็นอะไรไปหรือเปล่า
เสียงทุ้มถามผมพร้อมกับการอัญเชิญตัวเองลงนั่งตรงข้ามแบบไม่ต้องเสียเวลาขออนุญาต ผมถือดินสอในมือค้าง อ้าปากมองอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นจนจินต้องยื่นมือมาแตะคางผมขึ้น
คาเมนาชิ ไม่สบายหรือเปล่า
ไม่ เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร แล้วทำไมนายมาอยู่ที่นี่
ก็มาหานายน่ะสิ โทรไปพูดกันยังไม่ทันเข้าใจก็วางสายไปซะอย่างนั้น
ก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร แค่.....
ต่อสายผิด
เออ
ใช่แล้วครับ เมื่อตอนที่ผมกดโทรออกไปหาจิน แล้วพ่อคนดีก็โทรกลับมาแบบสายฟ้าแลบ เรายังไม่ทันได้คุยกันอย่างที่ตั้งใจ ผมก็ดันบอกมันว่าต่อผิดหลังจากที่อ้ำอึ้งอยู่นาน มันค่อนข้างจะผิดวิสัยของคนที่ปากตรงกับใจแบบผมไปสักหน่อยที่จู่ๆก็ไม่กล้าพูดขึ้นมาดื้อๆว่าจะโทรมาขอให้ช่วยติวให้สักบทสองบท
แต่ผมก็ทำไปแล้ว
แถมยังตัดวางสายจากฝ่ายนั้นแบบไม่รีรออีกด้วย ก็ไม่เข้าใจหรอกครับว่าทำไมต้องทำแบบนั้นแต่ผมบอกตัวเองว่าผมเกรงใจ เพราะถ้าจะนับแล้วผมกับจินก็เป็นเพียงแค่คนรู้จักกันธรรมดาออกจะผิวเผินด้วยซ้ำ จะให้ผมไปขอความช่วยเหลือเขามันก็ยังไงอยู่ แถมครั้งสุดท้ายที้เจอกันมันก็ใช่ว่าจะประทับใจจนจะเอามาเป็ฯแรงหนุนนำให้ผมแบกหน้าไปพึ่งเค้าได้
พูดง่ายๆคือ ผมแอบอายที่ทำฤทธิ์ใส่เค้าไว้เยอะนั่นแหละครับ
การบ้านเหรอ
เสียงนุ่มยังคงระดับความอบอุ่นไว้ได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน แถมยังเปลี่ยนเรื่องเป็นแสงสว่างนำทางให้ผมราวกับรู้ใจ ผมมองปลายนิ้วที่แตะลากกระดาษของผมไปแล้วก็พยักหน้าตอบเงียบๆ จินมองไล่ตามข้อความที่ผมถอดความไว้แวบเดียวก็ยิ้มเต็มหน้า
ก็บอกแล้วว่ามันยาก เหลือเวลาอีกแค่สองสามวันทำไม่ทันหรอก
รู้ได้ยังไง
ก็ฉันเคยทำมาก่อน
ไม่ใช่ รู้ได้ยังไงว่าเหลือเวลาอีกแค่สองวัน
ฮิโระจังบอก
ผมเคาะปากกากับหน้าหนังสือแล้วก็คิดไปพลาง เจ้าเพื่อนหน้าหวานของผมมันคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยไม่มากก็น้อยแน่ ถ้าผมถามออกไปว่ารู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่ สงสัยคำตอบคงไม่พ้น
เค้าเป็นคนบอกฉันว่านายอยู่ที่ห้องสมุดนี่น่ะ
เหอะ ผิดจากที่คิดไหมล่ะ
ฮิโรกินี่มันห่วงงานจริงๆนะ คงคาดไว้แล้วว่าผมจะทำงานชิ้นนี้ส่งไม่ทันแน่เพราะทั้งเจ้าตัวและยามะพีนั้นก็ทำส่วนของตัวเองยังไม่เสร็จคงมาช่วยผมอย่างที่บอกไว้ตอนแรกไม่ได้แน่แล้วเลยต้องส่งหมอนี่มาช่วย น่านับถือในความเอาใจใส่ของเจ้าเพื่อนผู้รอบคอบของผมเสียจริง!
มานั่งทางนี้สิ อยู่กันคนละด้านแบบนี้มันไม่ถนัดนะ
จินบอกตาใส แล้วผมก็จิ๊ปากตอบ
นายก็มานั่งด้านนี้สิ ฉันชอบมุมนี้
โอ้ ช่างเห็นเหตุผลที่แสนจะน่าถีบอะไรแบบนี้หนอ จินชะงักมือที่กำลังกดเลื่อนไส้ดินสอ เงยมองผมก่อนจะตั้งต้นหัวเราะขำ มันขำจริงๆนะ ขำจนน้ำตาซึมเลย ผมเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองมันนานมาก คนอะไรหัวเราะก็ยังดูดี!
เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ
หมอนั่นบ่นเจือเสียงหัวเราะ เออ การถูกขัดใจนี่มันน่าอารมณ์ดีตรงไหนวะ ผมขยับไปติดหน้าต่างกระจก ให้หมอมานั่งเก้าอี้ตัวที่เหลือ จินเสยผมไปครั้งหนึ่ง หัวเราะเบาๆตบท้ายอีกครั้งก่อนจะนิ่วหน้าเพราะเจอฤทธิ์ปลายศอกผมกระทุ้งเข้าให้
เจ็บนะ
ใครใช้ให้นายหัวเราะ ขำมากหรือไง ยัง ยังไม่หยุดยิ้ม
ก็มันขำ รู้ตัวหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเองต้องพึ่งฉันอยู่นะ มาออกคำสั่งนั่นนี่แถมยังทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีงานส่งอาจารย์หรอก
ถ้านายมัวแต่นั่งทวงบุญคุณแบบนี้มันก็ไม่มีส่งเหมือนกัน
ทำไมจะไม่มี
ไอ้คนดีของฮิโรกิที่พ่วงตำแหน่งผู้มีพระคุณของผมมาด้วยทำหน้ารื่น ใช้ดินสอเขี่ยมือผมให้พ้นหน้าหนังสือแล้วก็เริ่มใช้ดินสอขีดเส้นลงตรงหัวข้อเป็นจุดแรก เสียงทุ้มอ่านทวนประโยคนั้นด้วยสำเนียงที่ไพเราะเสนาะหูแต่ช่างฟังยากเหลือเกินในความคิดของผม อาคานิชิจินจะอ่านและอธิบายด้วยสำเนียงจากอเมริกาหรืออังกฤษผมก็สุดจะรู้ แต่ที่แน่ๆหมอนี่ไม่ได้ใช้สำเนียงญี่ปุ่นแน่ เพราะฟังแล้วมันไม่มี แอนโดะ ออลูโซ หรือเทสโตะ หลุดมาให้ผมคุ้นหูเลย
.
.
.
เข้าใจหรือยังว่าศิลปินเค้าต้องการอะไร
............................
อาจารย์พิเศษถามย้ำเมื่อเราผ่านบทเรียนสุดแสนจะโหดหินไปได้สักหนึ่งในสามส่วน เห็นผมนั่งนิ่งไม่ตอบ หมอก็เอียงหน้ามามอง แล้วมันก็ยิ้มอีกแล้ว
ไม่เข้าใจเหรอ มันยากไปหรือฉันอธิบายเข้าใจยาก
ไม่ใช่ทั้งสองข้อนั่นแหละ
แล้วทำไมนั่งเงียบ ตกลงตอบได้หรือเปล่า
ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ
เรื่อง คนพูดถอดแว่นสายตาออก มองมาแบบกึ่งยิ้มกึ่ง-งง ก็คงสงสัยเหมือนกันแหละว่าตอบได้แล้วทำไมยังไม่เข้าใจ ก่อนที่จะทำให้อีกฝ่ายเสียเซลฟ์ในการสอนไปเสียก่อน ผมก็แจงว่า
นายมีเวลาว่างเหรอ ฮิโรกิบอกว่านายอยู่ปีห้าเหมือนเรียว ฉันเหมือนจะรู้มาว่าหมอนั่นน่ะงานยุ่งตลอดเวลา แต่ทำไมนายยังมีเวลามาช่วยฉันทำรายงาน ถามจริงเถอะ มันเดือดร้อนนายหรือเปล่า
ริมฝีปากสีแดงเลือดวาดเป็นรอยยิ้มกว้าง
โอ่ย มันหล่อจริงๆ ให้ตายเถอะ
มันจะเดือดร้อนก็ต่อเมื่อฉันทำให้นายส่งงานไม่ทันต่างหากล่ะ
เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าส่งไม่ทันมันก็เป็นความผิดของฉันเอง นายไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบ ฮิโรกิเองคงไม่ว่าอะไรหรอก
แล้วมันเกี่ยวกับฮิโระจังยังไง
ก็....ฮิโระขอให้นายมาช่วยฉันไม่ใช่หรือไง
......................................
ถึงจะจริงจังกับการเรียนแค่ไหนแต่เค้าไม่มีทางตำหนินายหรอก วางใจได้
จินทำหน้าแปลกๆ คนตัวสูงยืดตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วก็หัวเราะเสียงต่ำอยู่ในลำคอ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าไอ้กริยาแบบนั้นมันส่อให้เห็นถึงอารมณ์แบบไหน เมื่ออีกฝ่ายไม่อธิบายแถมยังส่งสัญญาณให้กลับไปหาบทเรียนต่อผมก็ปล่อยประเด็นล่าสุดทิ้งไว้ตรงนั้น
ช่างเถอะ ผมถามในสิ่งที่ข้องใจไปแล้ว อีกฝ่ายไม่อยากตอบผมก็ไม่อยากเซ้าซี้ สรุปก็คือ เพราะเป็นเรื่องที่ฮิโรกิไหว้วานมา แม้จะเดือดร้อน อาคานิชิจินก็เต็มใจไม่มีปัญหา ว่างั้นเถอะ

เวรร ต่อสายผิด เหอๆๆ คิดได้นะคะ หยอกกันนน่ารักเชียวนะ มีแอบใช้กำลังอ่ะคาเมะจังก็
เฮ้อ สงสารก็สงสารจินอยู่หรอกน้า ทำความดีแต่เค้าไม่เห็นใช่เปล่า คาเมะดั๊นคิดว่าฮิโรกิบอกให้ช่วยซะได้
จินอย่าเพิ่งน้อยใจไปเลยนะ
by :
akachan
[2006-10-04 11:10:03]
จินโชว์โปรอย่างแรง หุหุ
แอบเดาว่าจินเต็มใจมาเองซะงั้น ฮี่ ๆ ^^
by :
dashiiz
[2006-10-20 11:56:39]
aaaaaaa
Kame chan yakimochi??
eiei
by :
namjinme
[2006-12-27 13:57:42]
ง้อกันสุดๆ จินพยายามเข้านะเด็กแสบปราบยากนิดนึง
by :
pink75
[2006-12-27 14:15:01]
คาเมะจ๋า.....หนูแอบพาลมากๆๆๆๆเลยนะนี่..คุณจินก็นะยังไม่มีหลุดให้เห็นเลยไง โชว์โปรมากๆๆๆๆ
น่ารักดีค่ะ.....
by :
jink
[2007-03-12 00:57:29]
|