Heart's Tales_10
2006-09-23 22:44:48
ผมทุ่มเทกับการถอดความภาษาอังกฤษจนเริ่มรู้สึกถึงความว่างเปล่าในท้องตัวเอง เสียงโครกครากมันดังประท้วงจนคนที่ก้มหน้าเงียบมาเกือบยี่สิบนาทีเงยหน้ามองผมตื่นๆ
โทษที หิวมากหรือ
จินถามย้ำความเข้าใจมากกว่าจะเป็นการขอคำตอบ ไม่เข้าใจหรอกว่าหมอจะขอโทษเพราะสาเหตุอะไรแต่ผมก็ยักคิ้วตอบไปแผลบหนึ่ง มองอีกฝ่ายรวบรวมหนังสือ ให้เข้าที่เข้าทางแล้วก็ลอบถอนใจกับตัวเอง สิบนาทีหลังจากที่เราสองคนปิดประเด็นนั้นไป กลายเป็นสิบนาทีแห่งความเงียบอันน่าอึดอัดจนผมแทบระเบิดออกมาหลายครั้ง
อาคานิชิจินปิดปากเงียบ สนใจแต่หน้าหนังสือที่มีภาษาอังกฤษเรียงเป็นพรืด แล้วก็ก้มหน้าก้มตาจดๆๆ ขีดๆๆ โดยไม่สนใจจะเงยหน้าขึ้นมาถามหรืออธิบายให้ผมเข้าใจด้วยเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักครั้ง ตอนแรกผมนึกสงสัยอาการที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนของมันจนต้องสะกิดถาม หมอนี่ก็ส่ายหน้าตอบ ไม่ยอมพูดอะไรอีก ผมก็เริ่มจะรู้แล้วล่ะว่าไอ้หล่อมันกำลังเคืองผมอีกแล้วงานนี้ แต่จะเคืองเรื่องอะไรผมก็สุดปัญญาที่จะเดา ขี้เกียจไปสนใจอารมณ์หมูแมวให้เหนื่อยเลยปล่อยให้ทำงานเงียบๆไปคนเดียว ส่วนผมก็ดึงเอาหนังสืออีกเล่มมาเปิดอ่าน ทำงานไปจนท้องผมประท้วงเพราะความหิวนั่นล่ะ
สงครามเย็นมันถึงได้ยุติลง
อาคานิชิจินก็กลับมาเป็นหน้ามือเหมือนเดิม
จะห้าโมงแล้ว ไปหาข้าวเย็นทานเลยไหม
ก็ดี แล้วไม่เอาของทิ้งไว้ที่นี่เหรอ
ผมถามเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงรวบหนังสือมาถือไว้ทั้งปึ่ก แล้วก็ยื่นกระดาษชีทมาให้ผมหอบไว้ ปากสีแดงสดยิ้มจางๆ เลื่อนเก้าอี้ให้อยู่ในตำแหน่งของมันเหมือนยามที่ไม่มีคนมานั่ง
กว่าพวกเราจะกลับมาห้องสมุดก็ใกล้ปิดแล้ว วันนี้วันธรรมดาปิดทุ่มตรงไม่ใช่เหรอ ผมใช้เวลาคิดนิดหนึ่งก็พยักหน้าตอบ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้เรื่องเวลาและสถานที่ดีกว่าผมที่เรียนคณะนี้เสียอีก เดินออกมาจากตึกหอสมุดพวกผมก็เลี้ยวขวา ข้ามถนนเส้นเล็กตรงไปยังโรงอาหาร
ไม่ค่อยมีอะไรเหลือให้กินแล้วล่ะ เอาไงดี
จินถามหลังจากที่เราสองคนเดินสำรวจหน้าร้านจนครบทุกร้านแล้ว เวลาห้าโมงไม่ถือว่าเย็นนักแต่นิสิตคณะผมส่วนใหญ่จะเลิกเรียนเวลาสามโมงครึ่ง หลังจากนั้นก็มีแค่ไม่กีคลาสที่ดวงตกได้เรียนจนค่ำ เมื่อไม่ค่อยมีลูกค้าเจ้าของร้านส่วนใหญ่จึงปิดร้าน ล้างหม้อล้างไหกลับบ้านกันตั้งแต่ห้าโมง พวกผมมาเลทนิดเดียวก็เจอแต่ร้านโล่งๆกับผักปลอมที่เค้าจัดไว้ตกแต่งหน้าร้านเท่านั้นแหละ
ฉันกินอะไรก็ได้ ราเม็งยังมีเหลืออยู่นี่นา
อย่าเลย มันเย็นมากแล้ว เครื่องปรุงคงไม่สดใหม่เหมือนเมื่อเช้า ออกไปกินข้างนอกดีกว่าฉันรู้จักเจ้าอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง อยากลองไหม
ถ้าเป็นเนียงตะราเม็ง ตรงสถานีรถไฟละก็ ฉันกินจนสนิทกับลูกชายเจ้าของร้านไปแล้ว
ไม่ใช่ ร้านนี้เจ๋งกว่านั้น แต่ไม่ใช่ร้านราเม็งนะ
ไอ่คนตัวสูงมันบอกแล้วก็หนีบแขนเสื้อผมให้เดินตาม คราวนี้เราเดินตัดผ่านหน้าตึกใหญ่ที่จะตรงไปถึงหน้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องอ้อมไปออกทางหอสมุดให้เสียเวลา ผมลองใช้เวลานึกถึงรายการอาหารที่จะถูกยัดลงกะเพาะในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอย่างรื่นรมย์
ร้านอะไรล่ะงั้น เนื้อย่างงั้นเหรอ ถ้าเป็นรายการนี้ก็น่าลองเหมือนกันนะ
ติดไว้ก่อนทั้งสองรายการนั่นแหละ วันนี้จะพาไปกินอาหารเวียดนาม เคยกินไหม
ผมส่ายหน้าดิก ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าแถวนี้มันมีร้านอาหารชาติที่ว่าอยู่ด้วย จินยิ้มอมภูมิ กระชับหนังสือตั้งใหญ่ด้วยมือเพียงข้างเดียว ผมมองแขนแข็งแรงนั่นแล้วก็เพิ่งนึกได้
นายไม่มีกระเป๋าหรือเป้เลยเหรอ เห็นเดินตัวเปล่ามาตั้งแต่วันนั้นแล้วนะ
มี ฉันเอาไปทิ้งไว้ที่โต๊ะประจำในห้องสมุดคณะ โห มันเป็นนิสิตประเภทไหนวะ มีโต๊ะประจำอยู่ในห้องสมุดเนี่ยนะ
แล้ววันนั้นล่ะ เจอบนรถไฟก็ไม่เห็นนายสะพายเป้สักใบ
วันนั้นลืม ทิ้งไว้ในรถที่บ้าน พอไม่ได้ขับรถมาเอง มันก็เลย......
นายขับรถได้แล้วเหรอ
ผมถามเสียงลั่น ลืมไปเสียสนิทว่าอีกฝ่ายแก่กว่าตัวเองหลายปี เรื่องที่จะขับรถล่อนไปทั่วกรุงโตเกียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสักนิด เสียงของผมคงดังไม่ใช่น้อยเพราะจินไม่ได้มองตอบกลับมาหากหันไปโค้งน้อยๆให้นิสิตอีกหลายชีวิตที่กำลังนั่งทำงานกันอยู่แถวนั้น
นิ้วแข็งๆ แต่แปลกนักที่แตะแขนผมได้อย่างเบามือ ดันให้ผมเดินตามออกมาจากลานม้าหินอ่อนของคณะ เรายังไม่ทันผ่านลานนั้นไป เสียงคุ้นหูก็เรียกผมเอาไว้เสียก่อน
คาเมะ!
ยามะ มาทำอะไรตรงนี้น่ะ นายมีนัดทำรายงานไม่ใช่หรอ ร่างสูงที่เด่นสะดุดตามาแต่ไกลวิ่งเข้ามาหาผมแล้วก็รั้งแขนผมเข้าไปกระซิบกระซาบ มันทำท่าทางให้เหมือนกระซิบไปอย่างนั้นแหละครับจินที่ยืนไกลออกไปยังแอบยิ้มกับท่าทางของมันเลย
นายนั่นแหละมาทำอะไรตรงนี้ ไหนบอกต้องรีบปั่นงานให้ฮิโระไง
ก็ทำอยู่ แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงพักสายตา กำลังจะไปหาข้าวกินน่ะ
ไปกับใคร
ผมหัวเราะเหอะ ปลามันก็เห็นอยู่ว่าผมเดินเคียงคู่กระหนุงกระหนิงมากับไอ่หล่อนั่นสองคน มันยังจะถามทำไมอีก แล้วดูๆ มาทำสะบัดค้อน งอนอะไรอีกล่ะคราวนี้
ไปกับอาคานิชิจิน นายมาพอดีเลย ไปกินอาหารเวียดนามด้วยกันไหม
ไปกินที่ไหน
ไม่รู้ หมอนั่นจะพาไป ไปเถอะนะ หลายคนสนุกดี
ตากลมโตที่คลายความแง่งอนลงไปมากแล้วปรายมองจิน ฝ่ายนั้นก็โค้งให้ยิ้มๆ ดูท่าแล้วเจ้าปลาตาโตคงอยากไปกับพวกผมมากอยู่ มันทำหน้าคิดหนัก มองหน้าผมตาปริบๆ ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินสียงห้าวๆร้องเรียกมาจากใต้ตึกใหญ่
ยามาชิตะเพื่อนเลิฟ กลับมาทำงานได้แล้ว ต้องส่งพรุ่งนี้เช้านะเว้ย
เออ รู้แล้ว ยามะพีโบกมือให้ หนุ่มตาตี่เพื่อนร่วมคณะของเราสองคนหันหลังกลับแต่ไม่ก่อนที่มันจะคึกแซวผมยิ้มๆ
วันนี้มีเดทเหรอคาเมะจัง
หุบปากไปเลยไป!
เพื่อนสุดเลิฟของผมแหกปากตะโกนตอบไป เห็นสีหน้าอันเครียดเคร่งของยามะพีแล้วผมก็ตอบได้เลยว่าเจ้าปลามันชวดอาหารเวียดนามมื้อนี้แน่ สำหรับพวกชอบไฟลนก้นอย่างผม งานที่มีกำหนดต้องส่งพรุ่งนี้เช้า เวลาช่วงเย็นวันนี้ถือว่าสุดแสนจะสำคัญจนไม่อาจปลีกตัวไปไหนได้เลยทีเดียว
ไปทำงานเถอะ เรื่องกินข้าวเดี๋ยวก็ได้ไปด้วยกัน
อือ นายเองก็ระวังตัวล่ะ ทานเสร็จก็รีบกลับไปทำรายงานให้เสร็จซะ อย่าเหลวไหลไปไหนนะเดี๋ยวฉันจะโทรเช็คตอนค่ำๆ รอรับโทรศัพท์ด้วยล่ะ
ไอ่บ้า ทำยังกับเพื่อนเป็นเด็กห้าขวบ เออๆ งานเสร็จก็โทรมาละกัน
ผมรีบบอกเมื่อเห็นหน้าสวยๆของยามะเริ่มหงิกลงอีกรอบ ตากลมสวยปรายมองจิน พยักหน้าล่ำรากันตามมารยาทแล้ว จินก็ออกเดินนำผมไปทางประตูมหาวิทยาลัยก่อน ผมตบไหล่ยามะพีแล้วก็ดันหลังให้เข้าไปในตึก เดินเร็วๆมาทันจินที่หน้าตึกของคณะสถาปัตย์พอดี
หมอนั่นบอกผมสั้นๆ
เข้าไปเอากระเป๋าก่อนนะ
นายเข้าไปเอาเองละกันนะ ฉันรออยู่ตรงนี้แหละ ว่าแล้วผมก็นิ่งแปะตรงเก้าอี้ไม้แถวนั้นทันที จินเลิกคิ้วนิดๆ ยิ้มถามผมเสียงอ่อน
ทำไมไม่เข้าไปด้วยกันล่ะ
ขี้เกียจปีนบันไดแดง เหนื่อย
เป็นยังไงล่ะเหตุผลผม ตรงประเด็นสุดใจขาดดิ้นเลยคุณ แล้วมันก็จริงด้วยนะ มาปีนกับยามะพีคราวที่แล้วผมยังเหนื่อยไม่หายเลย เรื่องอะไรจะไปปีนเล่นให้เปลืองแรงอีก ผมนั่งเหล่สาวรออยูแถมนี้ดีกว่า
เคยขึ้นลงแค่รอบเดียวมันก็ต้องเหนื่อยอยู่แล้ว ความจริงมันไม่ได้สูงอะไรมากมายเลย นายต้องลองมาบ่อยๆ จะได้ชิน ไอ้คนดีมันพยายามจะตะล่อมผมแถมยังก้าวเข้ามาดึงชายเสื้อผมให้ลุกตามอีกแต่เสียใจงานนี้มันขาดแรงจูงใจที่ดีพอ ผมเลยสะบัดมือมันทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ไม่เอา ฉันไม่ได้มีธุระปะปังอะไรในนั้นสักหน่อย คณะนายมีแต่ผู้ชายถึกๆ ไม่เห็นมีอะไรน่าดึงดูดใจฉันสักนิด ถ้ามีสาวๆสวยๆ ขาวหมวยสวยเอ็กซ์อย่างคณะฉันก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นค่อยน่าเข้าไปชื่นชมให้คุ้มกับค่าเหนื่อยหน่อย นายเข้าไปเอง ฉันจะรออยู่ตรงนี้
ผมประกาศชัดแถมท้ายด้วยการเลื้อยตัวคว่ำหน้าลงบนโต๊ะไม้ปิดท้าย อาคานิชิจินเม้มปาก บอกผมด้วยสีหน้าติดจะเรียบนิดๆ แต่ก็ไม่มากเท่าเวลาที่ยามะพีหรือฮิโรกิโมโหผมหรอก
นายต้องขึ้นไปดูคาเมะ เพราะพรุ่งนี้เราต้องมาทำรายงานของนายในหอสมุดนี้ ถ้านายไปขึ้นไปแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะไปหาฉันได้ตรงไหน หอสมุดมันไม่ใช่แคบๆนะ ห้องหับมันสลับซับซ้อน ถ้าฉันไม่ว่างลงมารับนายก็อาจจะหาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ อีกแล้ว ผมล่ะเกลียดจริงๆเวลาที่ได้ยินเรื่องที่มันมีเหตุผลหนักแน่นจนเถียงไม่ได้แบบนี้น่ะ
เออๆๆ ไปก็ได้ วุ่นวายชิบ.......
อย่าขี้เกียจสิ ถ้านายยังเรียนที่อักษรฯ นายก็ต้องมาห้องสมุดคณะฉันบ่อย เพราะหลายวิชาในหลักสูตรของทั้งสองคณะมันต้องใช้หนังสือจากห้องสมุดนี้ เหมือนคราวนี้ไงล่ะ
ก็มันเหนื่อย นายบอกคณะบดีนายสร้างลิฟท์ไว้ให้ห้องสมุดด้วยสิ ฉันจะมาทุกวันเลย
ถึงบอกให้สร้างนายก็ไม่ทันใช้หรอกน่า มันต้องทำเรื่องนาน ผ่านสภาหลายสภา บวกระยะเวลาในการสร้างไปอีกเป็นปี ตอนนี้ก็หัดเดินขึ้นลงไปพลางๆกัน เดี๋ยวนายก็ชินเอง เชื่อฉันสิ เสียงนุ่มปลอบเจือด้วยรอยยิ้มเอาใจจนผมชักจะฮึดฮัดไม่ออก
ฉันเอาแต่ใจนะเว้ย มาใจดีด้วยแบบนี้บ่อยๆ เดี๋ยวคนใจดีเองนั่นแหละจะเดือดร้อน
รู้ได้ยังไงว่าฉันจะรอดไปถึงวันนั้น ฉันอาจหน้ามืดสะดุดบันไดตกลงมาหัวฟาดพื้นตายก่อนก็ได้
ไม่หรอกน่า เจ้าของปากอิ่มสวยยิ้มมั่นใจ
อาคานิชิจินเลื่อนมือมารั้งปลายแขนเสื้อเชิ้ตของผม รั้งให้เดินตามไปช้าๆ
มากับฉัน นายจะสะดุดกี่ครั้งก็ไม่มีทางตกลงไปหรอก

มากับฉัน นายจะสะดุดกี่ครั้งก็ไม่มีทางตกลงไปหรอก
Oh!God!! ชอบประโยคนี้จังเลยเว้ยเฮ่ยยย
พี่สาวครับ เค้าชอบอ่ะ แบบว่าจินเท่ห์มากบอกประโยคนี้โคตะระกินใจนอ้งคนอ่านอย่างรุนแรงเลยฮับ++
by :
akachan
[2006-10-04 10:24:51]
โอ้ววว เม้นได้แล้วว
เรื่องนี้จินเท่มากๆเลยค่ะ
ดูอ่อนโยนดีด้วย แต่คงขี้งอนนิดๆ
คาเมะสิเอาแต่ใจจิงๆ น่ารักมากเลย
ประโยคสุดท้ายนี่เอาใจไปเต็มๆเลย จินน่ารักอ่า >_<
by :
kuruchan
[2006-10-14 02:51:29]
จินแอบขี้งอน .. คาเมะก้อเอาแต่ใจตัวเอง
แต่ทำไมดูเข้ากั๊นเข้ากันเนอะ ^^
ชอบประโยคสุดท้ายมาก ๆ อ่า .. โดน ๆ
by :
dashiiz
[2006-10-20 12:08:22]
ะวานกันเข้าไป ไม่ใช่สิจินหวานอยู่คนเดียว แต่คาเมะจะรู้ตัวมั๊ยเนี่ยเ
by :
pink75
[2006-12-27 14:25:06]
มากับฉัน นายจะสะดุดกี่ครั้งก็ไม่มีทางตกลงไปหรอก-->
akkkkkkk Jin kun so coool
by :
namjinme
[2006-12-27 14:46:15]
ประโยคสุดท้ายพี่จินจบไปได้ใจสุดๆๆ
ว่าแต่ยามะพีนี่ยังไงๆๆอยู่อะเปล่าน้า....ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกๆๆอะ...แต่เนื้อเรื่องน่า
รักดีค่ะ..คาเมะจังเอาแต่ใจจริงๆๆด้วยอะน้า...
by :
jink
[2007-03-12 01:08:04]
|