[Hello] ประกาศย้ายบ้านค่ะ ...
Heart's Tales_16
Heart's Tales_15
Heart's Tales_14
Heart's Tales_13
Heart's Tales_12
Heart's Tales_11
Heart's Tales_10
Heart's Tales_09
Heart's Tales_08
Heart's Tales_07
Heart's Tales_06
Heart's Tales_05
Heart's Tales_04
Heart's Tales_03

1 | 2 |>>


All (17)
default (17)



สมัครสมาชิก | Login


All (0)
default (0)



Kiraz 's Fix
KyuMin Board
SM FIX
Order Fix
MidnightFix



Heart's Tales_11
2006-09-24 11:05:02

 
 
ในระดับแรกผมเข้าใจว่าห้องสมุดคณะสถาปัตย์เนี่ยมันมีอยู่แค่สามชั้นตามจำนวนชั้นที่มากที่สุดที่ผมเคย(ถูกยามะพีบังคับให้)ปีนมาแล้ว แต่ที่ไหนได้ มันมีซ่อนไว้ข้างบนอีกชั้นหนึ่ง แล้วไอ้บ้าจินมันก็ดันแก่นไปเลือกที่ตั้งของโต๊ะประจำอยู่ชั้นนั้น กว่าจะก้าวผ่านบันไดแต่ละขั้นมาจนถึงขั้นสุดท้ายก็เล่นเอาผมหอบจนลิ้นห้อย
 
 
“โต๊ะ เก้าอี้ ใต้ต้นไม้มีมากมาย ทำไมนายไม่เลือกเอาสักโต๊ะวะ บ้าเดินขึ้นเดินลงอยู่ได้”
 
 
“ข้างล่างคนมันเดินผ่านไปผ่านมาเยอะ น่ารำคาญ”
 
 
คนที่ยืนรอผมอยู่ตอบเสียงเบา ผมกลอกตามองมันเหมือนไม่เข้าใจแล้วก็ต้องเบะปาก ลืมไปว่าพ่อคุณเนื้อหอมแค่ไหน ขนาดไปซ่อนตัวในที่มืดอย่างโรงหนังยังมีคนตามเข้าไปดูด้วยได้ นับประสาอะไรกับโต๊ะไม้ที่เปิดโล่งไปทั้งลานแบบนั้น ถ้าอาคานิชิจินไปนั่งแถวนั้นคงไม่ต้องทำการทำการอะไรทั้งคนถูกมองแล้วก็คนแอบมองนั่นแหละ
 
 
ผมเกาะราวบันไดมองบันไดอีกเก้าขั้นที่เหลืออย่างเกียจคร้าน
 
ข้างตัวยังมีผู้ชายหน้าตาหล่อไม่บันยะบันยังยืนกอด-อกหลวมๆมองอยู่
 
มันน่าแปลกไหมล่ะครับ ขนาดท่วงท่าที่ดูสบายๆ พอหมอนี่เอามาทำบ้างมันกลับกลายเป็นภาพที่น่ามองไปเสียฉิบ แค่กอดอกแล้วก็เอียงไหล่พิงกับผนังตึกด้านในของบันไดเท่านั้นเอง
 
สายตาผมคงบอกอะไรไปเยอะ เจ้าตัวมันถึงได้ยิ้มละลายใจ(สาว)ตอบกลับมา
 
 
ไอ้เชี่ย แม่ง หล่อสาดเสียเทเสีย
 
 
 
ผมอุบอิบกับตัวเองแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาปีนบันไดไปสู่ควาเตอร์สุดท้ายของหอสมุดแห่งนี้ บันไดแดงยังทอดวนไปสูงเกินกว่าที่จะมองเห็นอะไรในชั้นสี่ได้ ขาผมเริ่มล้าเพราะนานครั้งที่จะได้ออกกำลังหนักแบบนี้ เดินมาได้ครึ่งหนึ่งก็คิดว่าจะพักอีกสักแป๊บ ก็มีมนุษย์เหล็กที่ตามหลังผมมาติดๆ คว้าหมับเข้าที่ศอกผม ใบหน้าหล่อจัดยิ้มพราย บอกเสียงนุ่ม
 
 
“วิ่งกันเถอะ”
 
 
“เฮ่ย!”
 
 
ไอ้คนบ้าพลังมันไม่ยอมฟังที่ผมพูด ตั้งต้นลากแขนผมวิ่งตามมัน อยากร้องไห้เหลือเกินครับ ผมจะสะบัดประท้วงไม่เอาไม่ยอมก็ไม่ได้เพราะมันไม่ยอมฟัง แถมยังจับผมแน่นไม่ปล่อย จำต้องกัดฟันวิ่งตามมันไปจนเกือบจะพ้นบันไดสองขั้นสุดท้ายอยู่แล้ว ร่างของผมก็เซไปข้างหน้า ถลาเหมือนนกปีกหักเลยคุณ
 
 
โชคดีที่พื้นชั้นสี่ปูพรมหนาจนนุ่มพอ ผมเลยไม่เจ็บตัวเพราะความบ้าของมัน
 
พอหายตกใจแล้วผมซัดไหล่มันไปซะสองหมัด
 
 
“นายจะฆ่าฉันหรือไงวะ!”
 
 
ผมโกรธจนหน้าร้อนไปหมด เหนื่อยก็เหนื่อย แล้วยังต้องมาตกใจเพราะการกระทำบ้าๆของมัน นี่ถ้าผมไม่มือไว คว้าให้มันล้มมาด้วยกันผมจะแค้นมันยิ่งกว่านี้ จะแค้นอะไรซะอีกล่ะ......ก็ไอ้สันดานจินมันปล่อยมือผมในวินาทีสุดท้าย แถมยังผลักซะจนผมสะดุดบันไดขั้นบนสุด แล้วก็ถลาลมลงมานอนหมดท่ากันอยู่นี่ยังไงล่ะ
 
 
“คราวหลังฉันจะไม่มากับนายแล้ว อยากฆาตกรรมกันก็บอกมาตรงๆสิ ลากมาให้เหนื่อยทำไม”
 
“ล้อเล่นน่า เห็นนายเครื่องอืดก็เร่งให้ไง”
 
“โดยการลากฉันวิ่งขึ้นมาแล้วก็ผลักทิ้งนี่นะ”
 
 
ไอ้คนดี จะเล่นทีก็เกือบถึงชีวิตเลยนะมัน โดนผมว่าไปขนาดนี้มันยังไม่สะทือน ยังเท้าศอกกับพื้นหัวเราะอารมณ์ดีตามประสาคนบ้าของมันไป
 
 
“ไม่ได้ทิ้ง ฉันก็ล้มตามนายมาด้วยนี่ไง เป็นไงเหงื่อออกแบบนี้รู้สึกดีไหม”
 
“ไม่ต้องมาพูดดี ถ้าฉันไม่ดึงนายไว้ นายคงได้ยืนกอดอกหัวเราะสมน้ำหน้าฉันแน่”
 
“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า นายดูนั่นสิ ถ้าเรานอนกับพื้นแบบนี้จะเห็นภาพเขียนบนเพดานโดยไม่ต้องแหงนคอตั้งบ่าให้เมื่อยเลยนะ สวยไหม”
 
 
เสียงนุ่มที่ไร้วี่แววของความเหนื่อยหอบอธิบายเบาๆ นิ้วเรียวชี้ให้ผมมองลวดลายที่กินพื้นที่ทั้งหมดของเพดานรูปโค้ง ผมเผลอเขวี้ยงค้อนให้มันทีหนึ่งโทษฐานแกล้งลืมเลือนความผิดของตัวเอง แล้วก็ยอมมองตาม แรกๆก็ไม่ค่อยจะเข้าหูเท่าไหร่ เพราะอารมณ์โกรธมันมีอยู่มากแต่พอจินบอกว่า มันอยู่ในวิชาที่ผมกำลังเรียนอยู่ เลือดเด็กรักเรียนในตัวมันก็เตือนสติให้ผมจำต้องตั้งใจฟัง
 
 
“รูปนี้ได้แนวคิดมาจากการเขียนภาพเพดานในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ แต่เพราะที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ของคริสตจักร นิสิตของเรามีหลายเชื้อชาติ ศาสนา พวกเราเลยเลือกที่จะใช้ภาพเหตุการณ์จากตำนานเทพกรีกและโรมัน อ้างอิงมาจากฉบับของอิดิธ ฮามิลตัน แล้วก็จินตนาการออกมาเป็นภาพที่คิดว่ามันให้ความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนโยน เข้ากันกับบรรยากาศของหอสมุดมากที่สุด”
 
 
ผมนอนกอดอก มีไอ้หน้าหล่อที่ทำหน้าที่เป็นไกด์จำเป็นนอนอยู่ข้างๆ มันชี้มุมนั้น มุมนี้ พร้อมทั้งอธิบายประกอบ เสียงนุ่มเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ฟังแล้วเพลินหูจนผมเผลอหลุดปากถามเรื่องที่ไม่เข้าใจไปหลายครั้ง แล้วจินก็ตอบได้ชัดเจน ตรงประเด็นได้อย่างน่าทึ่ง
 
 
อาคานิชิจินเปิดเลคเชอร์วิชาวรรณคดีกับทรรศนศิลป์ให้ลูกศิษย์คนเดียวคือผมจนรู้แจ้งเห็นจริงทั้งประวัติความเป็นมาและกลวิธีการสร้างสรรค์งานเป็นที่เรียบร้อย ผมก็พลิกตัวไล่ความเมื่อยอีกครั้ง แล้วก็ได้รู้ว่าตัวเองนอนหนุนพุงของอาจารย์พิเศษมาตลอด ผมเม้มปากนิดๆ กลิ้งหน้าไปมองมัน จินก็มองตอบกลับมา คนตัวสูงกว่าผมเท้าศอกข้างหนึ่งกับพื้น กึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยท่าทีสบายสุดฤทธิ์ ในมือขาวมีปากกาหรูที่ใช้แทนแสงเลเซอร์ชี้ตำแหน่งภาพให้ผมดูเมื่อครู่
 
 
ผมมานอนบนตัวมันตั้งแต่เมื่อไร่วะ จำไม่ได้เลยเว้ย
 
 
 
“เมื่อยไหม”
 
 
แทนที่จะเป็นผมที่เป็นคนถามคำถามนั้น กลับกลายเป็นคนที่โดนนอนทับมาตลอดเป็นคนถามเสียเอง ผมส่ายหน้า ดึงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแล้วก็จัดผมเผ้าให้เรียบร้อยตามปกติของคนที่ต้องดูดีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อาคานิชิจินลุกขึ้นนั่งแล้วก็เอื้อมมือไปเก็บตำราของตัวเอง(ที่ให้ผมยืมมา)มาจนครบ
 
 
“ลืมไปเลยว่าเราสองคนกำลังหิวข้าว”
 
 
“เออ นั่นสิ”
 
 
ผมคราง เพิ่งนึกออกเหมือนมันนั่นแหละ จินหยิบหนังสือมาวางซ้อนกันแล้วก็หันมามองผม เรามองตากันไปมาแล้วสุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน บ้าไปแล้วผม แทนที่จะโมโหหิวอย่างที่เคยเป็น มานั่งอารมณ์ดีอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ยคาซึยะ!
 
 
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวต้องทำงานต่อ”
 
 
และก็เป็นจินอีกครั้งที่ดึงให้งานของผมเดินไปข้างหน้า ผมมองนาฬิกาแล้วก็นิ่วหน้า เราสองคนใช้เวลากับการนอนมองเพดานไปนานถึงครึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัวเลยหรือ อะไรมันจะเพลินขนาดนี้คาเมะ แล้วทำไม.....ผมหันไปมองบันไดที่ทอดวนลงไปชั้นล่าง ไม่ยักกะมีใครเดินขึ้นมาบนนี้สักคน แม้แต่คนที่จะเดินกลับลงไปข้างล่างก็ไม่มี พอผมถาม เจ้าถิ่นก็บอกว่า
 
 
“ไม่มีใครขึ้นมาหรอก ชั้นสี่จัดไว้สำหรับเก็บหนังสือหายาก มีแต่บรรณารักษ์เท่านั้นที่จะขึ้นมาได้แต่ก็จะใช้บันไดอีกทางหนึ่ง ทางนี้มีแต่สมาชิกสภาของคณะที่ใช้ขึ้นลง เพราะห้องของพวกเราอยู่ด้านนี้”
 
 
“พวกเรา?”
 
 
“ก็พวกเรา ฉันกับเพื่อนๆในสภา อ้อ มีเรียวด้วยนะ”
 
 
“ถึงว่า นิสิตปกติทั่วไปคงไม่มีใครมาตั้งโต๊ะประจำในห้องสมุดหรอก ยกเว้นพวกเด็กพิเศษแบบนาย” ผมอดไม่ได้ที่จะแขวะยิ้มๆ จินก็คงรู้ทัน หมอนั่นเลยเคาะปากกากับหน้าผากผมซะเจ็บเลย
 
 
“ปากจัด”
 
“นายก็มือหนัก”
 
“รู้ได้ยังไง”
 
“เอะอะก็ผลัก ก็ตีแบบนี้ ใครจะไม่รู้” ผมทำตาขุ่นตอบเมื่อมันยื่นหน้าเข้ามาดูผลงานตัวเองใกล้ๆ
 
“เคาะไปทีเดียวก็ใส่ร้ายกันเลยนะ นายนี่ขี้โวยวายสมคำร่ำลือจริงๆ”
 
“ใคร ใครมันบังอาจลือ พูดให้ดีๆนะเว้ย”
 
“ช่างเถอะ อย่าให้คนอื่นเค้ารับเคราะห์ด้วยเลย เดี๋ยวนายรู้แล้วจะวิ่งโร่ไปต่อยเค้า”
 
“ฉันไม่ใช่นายนะ ไม่พอใจอะไรก็ใช้กำลังน่ะ”
 
 
“ฉันไปใช้กำลังกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่” จินหันมาถามเสียงต่ำ จู่ๆมันก็เกิดคึกอยากทำหน้าจริงจังขึ้นมา เล่นเอาผมที่กำลังสนุกกับการต่อปากต่อคำกับมันถึงกับอึ้งไปชั่ววิ
 
“เคยมีตอนไหนที่ฉันทำให้นายเจ็บตัวหรือคาซึยะ” ดวงตาสีดำจัดจับจ้องนิ่งที่ดวงตาผม เหย พอมันไม่ยิ้มอย่างทุกทีแล้ว ไอ้หล่อนี่มันก็ผู้ร้ายเราดีๆนั่นเอง
 
 
“ก็เมื่อกี้ไง ผลักมาได้ เกิดฉันก้าวพลาดตกลงไปข้างล่างนายจะทำไง”
 
 
ผมตอบแบบไม่เต็มคำนัก รู้สึกเหมือนเลือดมันวิ่งมารวมกันที่แก้มทั้งสองข้าง พาลให้ร่างกายส่วนอื่นขาดเลือดหล่อเลี้ยงเลยอ่อนเปลี้ยเพลียแรงตามไปด้วย
 
 
 
เราถอนสายตาออกจากกัน
 
 
อาคานิชิจินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็ก้มลงมาบอกผมอย่างมั่นใจว่า....... - - -  
 
 
 
“มันจะพลาดได้ยังไง ฉันตั้งใจผลักขนาดนั้น”
 
 
 
 
^^

 





โอ้ว...เพิ่งจะเม้นท์ได้
คาเมะปากจัดดีจริง ๆ เลยค่ะพี่แฟนขา
มันมึน ๆ นะเนี่ย ยื่งอ่านยิ่งมึน ไม่รู้ว่าจินจะเอายังไงกันแน่ เฮ้ออออ....ยามะพีอีกคน
แอบมีซัมธิงรองอะไรรึเปล่าเอ่ย
by : minami [2006-09-24 18:50:27]


จินต้องแบบนี้จิเนอะ ถึงจะเอาคาเมะอยู่
น้องปากจัดขี้โว้ยวายจริงๆ แต่เป็นแบบนี้ก็น่ารักอ่ะ
ชอบจริงๆเล้ยย เวลาที่คาเมะแอบด่าจินในใจ แล้วตบท้ายด้วย ไอ้นี่แม่งหล่อจริงๆ 555 + ขำซะ
แบบว่ารื่องหล่อนี่ น้องเมะชมทั้งที่หมันใส้ เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ น้องอิจฉาจินใช่มั้ยนี่
ปล.เพื่องจะหาทางเม้นท์ได้เหมือนกันฮะ
by : poring [2006-09-25 13:26:42]


นังหนูคาซึยะนี่ก็ปากร้ายใช่ย่อยน้อ

มันน่าตบด้วย.....

ตบจูบๆๆๆ

5555

by : jintonix [2006-09-25 14:11:15]


เรื่องนี้นี่จินเปนคนดีและเทพบุตรสุดหล่อมาก
เมะไม่มีหวั่นไหวเลยหรอ
55
มีแต่ว่าเค้า
by : minako [2006-09-28 18:32:49]


ไอ้เชี่ย แม่ง หล่อสาดเสียเทเสีย
ชอบคำชมสำหรับจินจากคาเมะจังอ่ะ เฮอะๆ ชมได้แบบว่า น่าประทับใจจริงๆเลย จิงๆนะ ชอบว่ะ ชมแบบบ้านๆดี

ก็ไอ้สันดานจินมันปล่อยมือผมในวินาทีสุดท้าย
หูว คาเมะปากจัดอ่ะ แต่ปากจัดแบบนี้จินเค้าไม่ว่าหรอกนะ คริๆๆ มีแต่จะยิ้มรับเบาๆช่ายป่ะ ฮึๆ
“มันจะพลาดได้ยังไง ฉันตั้งใจผลักขนาดนั้น” หงึ แหมๆๆ
ตั้งใจผลักกะว่าคาเมะไม่เจ็บตัวและก้ออยากให้คาเมะเห็นใช่มะอะ ว่ามีอะไรที่มานน่าดู ฮึๆ
จินน่ารักชะมัด!!
by : akachan [2006-10-04 10:33:05]


ตอนนี้จินเมะแอบหวานนะเนี่ย ทำไมจินชอบทำไรแปลกๆหว่า
แต่ดูท่าจินจะหล่อมากจิงๆ หล่อไม่บัยะบันยังเลย
คาเมะนี่ก็ห้าวดีจิงๆ พูดแต่ละคำ เป็นธรรมชาติมากอ่ะ ^^
ว่าแล้วว่าจินต้องมีอะไรพิเศษๆเป็นประธานรึเปล่าอ่า
ว่าแต่ประโยคสุดท้ายนี่ น่าซัดดีจิงๆ
by : kuruchan [2006-10-14 02:54:46]


อ๊าย ๆ .. จินตั้งใจให้ล้ม เพราะคำลือนั่นรึป่าว น๊า ??

คุยกันได้น่ารักมากมาย ชอบอ่ะ ><"
by : dashiiz [2006-10-20 12:17:12]


เริ่มเดินหน้าไปอีกก้าวแล้ว จินค่อยๆเข้ามาในชีวิตคาเมะทีละนิดๆ
by : pink75 [2006-12-27 14:33:46]


ไอ้เชี่ย แม่ง หล่อสาดเสียเทเสีย
อยากฝากคาเมะจังชมด้วยคน
คำนี้เหมาะกะจินคุงมากๆ

หนุกค่ะ อ่านเพลินมากเลย
อ๊ากกกกก
น่ารักทุกคนเลย
by : [2006-12-28 01:00:10]


เห.....จินไหงอะไรจะตั้งใจผลักขนาดนั้นนี่....ว่าแต่คาเมะจังปากจัดจริงๆๆอะน้า...
by : jink [2007-03-12 01:20:48]