Heart's Tales_12
2006-09-26 03:15:14
ชะ มันสารภาพออกมาแล้วว่าตั้งใจแกล้งผม
ก่อนที่จะเกิดสงครามน้ำลายที่มีผมเป็นฝ่ายเริ่ม แต่ไอ้หล่อเป็นฝ่ายจุดชนวนอีกครั้ง อาคานิชิจินก็ฉุดผมลุกขึ้นยืนเป็นการตัดบท เราจัดเสื้อผ้า ทรงผมเกือบเรียบร้อย เสียงห้าวของบุคคลที่สามก็ดังให้ผมได้หันไปมอง
มาทำอะไรตรงนี้วะจิน
นิชิกิโด เรียวครับพี่น้อง เปิดประตูกระจกเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ผมมองแล้วรู้สึกว่าเค้าจงใจส่งตรงให้ผมคนเดียวยังไงก็ไม่รู้ เพราะพอหันไปทางจิน เพื่อนของฮิโรกิก็ทำตาหรี่แล้วก็อมยิ้มมองหมอนั่นซะอย่างนั้น ผมทักทายอีกฝ่ายก่อนเพราะตัวเองอ่อนกว่าหลายปี ฝ่ายนั้นทักตอบอย่างคนมีอัธยาศัยดีผิดกับหน้าตาดุๆ ลิบลับ อาคานิชิจินส่งชีทปึ่กเดิมมาให้ผม แล้วก็เลยหนีบสายเป้ผมให้เดินตาม
ขึ้นมาเอากระเป๋า เดี๋ยวจะไปกินข้าวต่อ
กินข้าว นี่มึงกินข้าววันละกี่มื้อกันวะ พวกเราเพิ่ง.......
มันจะแปลกอะไร กูหิว ช่วงนี้ต้องใช้พลังงานเยอะ
เหยย จริงดิ หักโหมขนาดนั้นเลยหรือวะ เรียวนึกจะแซวก็ไม่คิดจะยั้ง ผมเลยได้เห็นไอ้หล่อมันทำร้ายร่างกายคนอื่นอีกครั้ง คราวนี้มันใช้สันหนังสือที่อยู่ในมือนั่นเอง โขกไปทีหนึ่งเรียวก็ร้องลั่น
ไอ่เชี่ย เจ็บนะเว้ย แซวแค่นี้ทำเขิน
เรียว ไม่เกรงใจเพื่อน มึงก็เกรงใจคนอื่นมั่ง ยืนตาแป๋วมองอยู่นี่ มึงเห็นไหม
นิชิกิโด เรียว หัวเราะเสียงดัง แถมยังหันมายักคิ้วให้ผมแบบไม่รู้สำนึก ผมเองก็ไม่ใช่คุณหนูที่หูเปราะบางจนฟังคำหยาบไม่ได้ เรื่องทะลึ่งตึงตังก็ยิ่งถนัดใหญ่ เลยไม่สะทกสะท้านกับหัวข้อที่ทั้งสองคนพูดกันนัก แต่ที่มันสะกิดใจผมดันเป็นคำพูดที่มาจากปากแดงๆของอาคานิชิจินนี่แหละ
รู้จักกันมาตั้งอาทิตย์หนึ่ง ผมเพิ่งรู้ว่าหมอนี่ก็ขึ้นมึงขึ้นกูเป็น
เราสามคนเดินออกประตูกระจกทรงสูงที่เรียวเพิ่งเปิดเข้ามา ด้านนอกเป็นลานกว้าง ลมพัดเย็นสบาย มีม้านั่งกระจายให้เป็นจุดๆ ส่วนหนึ่งยื่นออกไปรับแสงแดด แต่ตรงที่พวกพวกกำลังเดินตัดผ่านเป็นส่วนที่มีร่มเงาของอาคารบังแสงไว้ มาถึงอีกด้านก็เจอประตูกระจกสีขุ่นเหมือนเมื่อครู่ เรียวดันประตูเปิดเข้าไปก่อน
ไพร่ฟ้าหน้าใสทั้งหลาย เก็บไพ่ด่วน พ่อมึงกลับมาแล้วเว้ย
แอบเล่นไพ่กันอีกแล้ว
จินเอ่ยแล้วก็ส่ายหน้า เพราะอีกฝ่ายตัวสูงผมเลยต้องยื่นหน้าออกไปมองเอง
ในห้องนั้นมีขนาดกว้างกว้างประมาณไหนน่ะหรือครับ ขนาดที่ว่าหากมีคนอยู่เกือบสิบคนก็ยังไม่ดูอึดอัดเลยล่ะ เพราะด้านหนึ่งเป็นกระจกที่เปิดมูลี่ให้เห็นวิวด้านนอก มองผ่านๆก็เห็นว่ามันถูกแบ่งพื้นที่ไว้สองส่วนใหญ่คือที่ทำงานและที่พักผ่อน ทางซ้ายของประตูเป็นโต๊ะทำงานหลายโต๊ะแต่ละโต๊ะหันหน้าเข้าหากันและถูกกั้นด้วยกระจกสีขุ่นเพื่อความเป็นส่วนตัว มีคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เอี่ยมตั้งอยู่ทุกโต๊ะ! ด้านหลังเป็นที่เก็บเอกสารบวกอุปกรณ์การออกแบบ โมเดลรูปแบบของบ้านและอาคาร อุปกรณ์วาดเขียนที่เรียงไว้ได้ดูดีอย่างน่าทึ่ง
ทางขวาของประตูเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ กินพื้นที่เยอะที่สุดของห้อง ล่วงเข้าไปข้างในถูกกั้นด้วยชั้นวางหนังสือสีเข้ม จินพาผมตรงยังหลังชั้นวางหนังสือนั้นแล้วก็ได้เห็นว่าข้างหลังนั้นเป็นมุมพักผ่อนของจริง เตียงขนาดเล็กตั้งชิดด้านในสุด โต๊ะขนาดเล็กวางตรงกลางและเครื่องรับโทรทัศน์แบบจอแบนขนาดเจ็ดสิบเก้านิ้วที่ฝังลึกไปในผนัง
ผมกวาดตามองรอบห้องแล้วก็เพิ่งสำนึกได้ว่าไอ้พื้นนุ่มๆที่เหยียบเข้ามาตั้งแต่ประตูนั้นคือพรมประเภทเดียวกับที่เคยเหยียบในห้องอาคานิชิจิน!
นี่นายสร้างโรงแรมส่วนตัวไว้ในมหาวิทยาลัยเหรอเนี่ย
ไม่ใช่ นี่มันห้องสภา ผมมองรูปเขียนสีซีเปียข้างผนังแล้วก็เผลอค้อนคนตอบให้ทีหนึ่ง
สภาบ้าอะไร ห้องสภาของคณะฉันยังไม่เห็นจะหรูหรา อุปกรณ์ครบครันแบบนี้เลย
ก็ของมันต้องใช่ทั้งนั้น ออกมานี่ก่อนเร็ว
จินบอกผมหลังจากเก็บของของตัวเองเสร็จ เราออกมาเจอเรียวอีกครั้งพร้อมผู้ชายอีกหลายคนที่ผมไม่ค่อยคุ้นหน้าเอาเสียเลย และก็ได้แต่สงสัยว่าตอนที่ผมเดินเข้ามาเมื่อกี้พวกเขาไปซ่อนตัวอยู่ตรงไหนของห้อง ผมแอบเกร็งนิดๆ แต่ดีที่ทุกคนยิ้มส่งมาให้ก่อน ผมเลยไม่ต้องยืนตัวเกร็งเกาะจินแจให้รำคาญตัวเอง
นั่น นิชิกิโด เรียว ทานากะ โคกิ ทากุจิ จุนโนะสุเกะ แล้วก็นากามารุ ยูอิจิ เพื่อนของฉัน ทุกคนนี่คาเมนาชิ คาซึยะ เป็นเพื่อนของฮิโระจัง ช่วงนี้เรามีเรื่องต้องพึ่งพากันอยู่ อาจจะเห็นเค้าที่นี่บ่อยๆ
สวัสดีคาเมะจัง ได้ยินฮิโระพูดถึงมานาน เพิ่งได้เคยเจอกันเนาะ ผู้ชายหน้าโหดที่สุดเป็นคนแรกที่เอ่ยทักทายผมอย่างน่ารัก ผมชอบจังเลยเวลาเขายิ้มแล้วเห็นรอยจีบพับข้างดวงตาแบบนั้นน่ะ มันดูจริงใจดี
เอ่อ....สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก
ผมยิ้มนำทัพส่งออกไปก่อน ทุกคนเปลี่ยนกันทักทายแล้วก็พูดอะไรหลายอย่างที่ผมไม่เข้าใจแต่เดาว่าคงเป็นภาษาเปรียบเทียบแบบเด็กถาปัตย์เลยไม่ได้สนใจ จนท้องมันเริ่มประท้วงอีกรอบผมเลยแอบสะกิดอาคานิชิจิน ลูบท้องบอกให้รู้ว่าผมหิวจนจะกินหัวมันได้แล้ว
กลับก่อนนะ ต้องไปทำงานต่อ
งานอะไรวะจิน กูเห็นมึงปั่นมาตลอดอาทิตย์ ยังไม่เสร็จอีกเหรอ ผู้ชายตาเรียว มือสวยที่ผมจำไม่ผิดว่าชื่อนากามารุ ยูอิจิร้องถาม แต่เรียวก็สะกัดตอบสั้นๆว่า
คนละงานกัน
คนที่ข้องใจมองหน้าผมแวบหนึ่งแล้วก็พยักหน้ากับตัวเอง จากนั้นก็กันไปเจ๊าะแจ๊ะกับพี่เหลี่ยมของผมต่อ ผมบอกลาทุกคน เดินผ่านลานกว้างมาได้จนเกินครึ่งแล้วก็หันกลับไปดู ปรากฏว่าทุกคนในห้องนั้นพากันพร้อมใจออกมายืนส่งด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าจนผมชักสงสัย
ทำไมทุกคนมองฉันแปลกๆ
จริงหรือ แปลกยังไง
ก็มองแล้วก็ยิ้มๆ บางทีก็กระซิบกระซาบกันแล้วก็หันมามองยิ้มๆ
อึดอัดหรือเปล่า ถ้ารู้สึกไม่ดีจะไปจัดการให้ ได้ยินจินถามเหมือนเป็นเรื่องสำคัญ ผมก็รีบให้เวลาสำรวจความคิดของตัวเองแล้วก็ส่ายหน้า มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไร
ไม่หรอก ไม่ได้รู้สึกไม่ดี แค่สงสัยน่ะ ทุกคนก็ดูเป็นมิตรดี
พวกนั้นมันก็บวมๆแบบนี้แหละ อย่าถือสาเลย รู้จักกันไปจะรู้ว่ามันไม่มีอะไรหรอก คงตื่นเต้นน่ะไม่ค่อยมีใครขึ้นมาให้เห็นบนนี้ ได้แต่มองหน้ากันไปมามันคงเบื่อ
แล้วเวลาที่ฮิโรกิมาหารุ่นพี่เรียวน่ะ ก็ขึ้นมาบนนี้เหรอ
ใช่
........................
ดูท่าทางทุกคนจะสนิทสนมกันดี การที่จู่ๆก็มีผมโผล่เข้าไปในห้องนั้นโดยไม่ได้รู้จักกับใครมาก่อนเลย มันจะทำให้พวกเค้าลำบากหรือเปล่า เรื่องแค่นี้ผมก็ต้องเก็บเอามาคิดตามประสาคนที่มีเชื้อสายผู้ดีที่มักจะเกรงอกเกรงใจผู้อื่นเสมอ ผมคิดและคิด จนกลายเป็นเงียบอยู่คนเดียว
เป็นอะไร ยังติดใจเรื่องเมื่อกี้อยู่เหรอ
ก็ไม่เชิง ถ้าเราไปทำงานในห้องนั้น มันจะลำบากคนอื่นหรือเปล่า ฉันหมายถึงว่าฉันเป็นคนนอก เอางานส่วนตัวเข้าไปทำในห้องสภาฯแบบนั้น มันอาจจะไม่ค่อยดี จินประท้วงด้วยเสียงครางในลำคอ
ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก แล้วต่อไปนี้ นายก็ไม่ใช่คนอื่นแล้วด้วย
ทำไม
ก็ไม่ทำไม เพื่อนฉันก็เหมือนเพื่อนพวกนั้นด้วย เหมือน......ฮิโรกิกับเรียวไง
ทำแบบนั้นได้เหรอ
ได้สิ วันไหนเลิกเรียนเร็วก็ขึ้นมาหาฉันบนนี้ได้ ระหว่างที่รอเรียนตอนบ่ายจะขึ้นมานอนฆ่าเวลาก็ไม่มีใครว่า ถ้าว่างมากนักก็ให้เจ้าพวกนั้นช่วยติวให้ เห็นอย่างนั้นน่ะหัวกะทิของคณะทั้งนั้นเลยนะ ลองปีนบันไดแดงเล่นวันละรอบสองรอบ ร่างกายจะได้แข็งแรงดีกว่าเอาเวลาไปเที่ยวตะลอนๆแถวดาวน์ทาวน์ตั้งเยอะ
สุดท้ายมันก็วกเข้าเรื่องเดิม พยายามเหลือเกินละ ไอ้เรื่องที่จะให้ผมหันมารักมาชอบการปีนบันไดหฤโหดของคณะมันเนี่ย หยุดคิดไปสักวันมันจะทำให้รัศมีความเป็นคนดีหมองลงหรือยังไง ผมนึกแขวะพ่อคนดีท่านในใจ แล้วก็เบรคกึก
รู้ได้ยังไง!
ก็เคยทำมาก่อนทำไมจะไม่รู้
ไม่ใช่ รู้ได้ยังไงว่าฉันเอาเวลาไปเที่ยวตะลอนๆ
ก็...........
อาคานิชิจิน ผมเน้นเสียงเข้ม บอกมาตามตรง นายรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบไปไหน เมื่อไหร่
หลบตา เสมองขั้นบันได แลบลิ้นเลียริมฝีปาก แล้วก็อมยิ้มน้อยๆ
อาการแบบนี้ เด็กห้าขวบแถวบ้านผมฟันธงว่า....อาคานิชิจินมีพิรุธร้อยเปอร์เซ็นต์!

กรีดเหอะ.....เป็นฟิคที่อ่านแล้วสบายใจจัง....เหอะๆ....ไม่รู้จิ....ชอบอ่ะ....จาติดตามต่อไปนะคะ....ชอบจ
ริงๆ...^^
by :
toeypee
[2006-09-26 22:29:02]
คาเมะจังเนี่ยน้อ ปาก็ด่าเค้าปาวๆๆๆ แต่ทำมั้ย ทำไม ไอ้ต่อท้ายด่าเนี่ย
มันต้องมีคำชมมาด้วยน้อ...ตกลงตั้งใจด่าเค้ามั้ยนั่น???
เป็นฟิกๆ ใสๆ อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยค่ะ
by :
jintonix
[2006-09-26 22:33:17]
จะว่าไปจินก็ออกจะทุ่มเท่ ทุ่มทุนขนาดนี้ แสดงออกก็ตั้งเยอะ คาเมะจังก็ยังไม่รู้เรื่อง555+
แต่ตอนนี้เริ่มสงสัยจินซะแล้วสิ ดูสิจินจะเอาตัวรอดยังไง เหอๆ
แต่ชอบจริงๆ เมะต่อให้เก่งแค่ไหนก็แพ้จิน อิอิ
by :
poring
[2006-09-26 23:59:54]
อ่ะนะ และแล้วเราก็ได้รู้ว่าที่แท้จินเป็นสต๊อล์คเกอร์นั่นเอง
แหม....สืบประวัติเขามาเรียบร้อยเชียวนะจ๊ะคุณชาย
นี่นะหนูเมะ ถ้ายังไม่รู้พี่จะบอกให้ แถวบ้านพี่เรียกแอบชอบมานานโขจ๊ะหนูเมะ
ความมันจะแตกก็เพราะเพื่อนคุณชายนี่ล่ะว๊า
by :
minami
[2006-09-27 17:07:13]
เย้ ในที่สุดก้อสามารถเม้นให้พี่แฟนได้สักที คาเมะจังแอบน่ารักก่ะ ดุสบาย ๆ ตอนนหน้าจาเปนไงน้า
จินจาแก้ตัวว่ายังไงดี หุหุ
by :
dearkamedonghae
[2006-09-27 17:53:53]
กิ๊บกิ้ววววว
จินมีพิรุธแล้วคับท่านหังจากทำเฉยมานาน
555
อยากอ่านอีกอ่ะ
จะรออ่านนะค่ะ
by :
minako
[2006-09-28 18:41:06]
ถ้าให้ช้านเดานะ เค้ารู้กันทั้งสภาแล้วล่ะนะ ว่าจินเค้าคิดอะไรกับคาเมะจังน่ะ หึๆๆ
แล้วยิ่งมีฮิโรกิเป็นตัวประสานด้วยแหละ คาเมะจังโดนคุณเพื่อน "แฉ" หมดแล้วล่ะค่ะ
สงสายจินจะติดใจเมะแหง๋ๆเลยล่ะ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้วล่ะ ไม่ก้ออาจจะก่อนหน้านี้ละนะ
by :
akachan
[2006-10-04 10:46:38]
หาเจอแล้ว...เย้ๆๆ...
สนุกมากมายเลยค่ะ ตามอ่านต่อไปนะค่ะ...
by :
juliet
[2006-10-04 16:13:44]
สนุกมากมายเลยค่ะ>.<
อ่านเเล้วชอบจินเเบบนี้จังดูเรียบๆมีสไตล์^^
จอคอยตอนต่อไปนะค่ะพี่เเฟน
by :
k2arouse
[2006-10-09 02:01:35]
อ๊ากกก จินน่ารักมากๆเลยอ่า จินแบบนี้ก็ชอบ น่ารักไปอีกแบบ
อย่าว่าแต่คาเมะเลย คนอ่านก็งงเหมือนกัน ว่าจินพูดมึงกูเป็นด้วยหรอ55
ดูท่าทางพวกจินจะสบายๆกันเหลือเกิน แต่จินน่าสงสัยแล้วนะเนี่ย
แอบสงสารจินเหมือนกันแหะ เจอเมะซักแบบนี้ จะได้รู้ความจิงกันแล้ว ^^
by :
kuruchan
[2006-10-14 03:04:17]
อย่างงี้มานมีพิรุธอย่างแรง ๆ . ..
ตั้งแต่เรียวยิ้มให้แล้วล่ะน๊า ~~
มาทั้งสภาอีก หุหุ
จินแอบสืบมาหมดแล้วแน่ ๆ เร้ย !!
:)
by :
dashiiz
[2006-10-20 12:24:10]
หนุกค่ะๆๆๆ
มาต่อไวไวน้า
by :
U_U
[2006-12-18 15:59:28]
กรี๊ดเริ่มแล้วฮ่ะเริ่มเปิดตัวกับเพื่อนๆ ต่อไปก้อไปพบพ่อแม่
by :
pink75
[2006-12-27 14:42:08]
Jin kun kawaiiiiii
by :
namjinme
[2006-12-27 14:55:35]
น่ารักค่ะ มากๆๆเลย
อ่านแล้วทั้งเพลินทั้งสบายใจเลย
กรี๊ดๆ
by :
kazuyako
[2006-12-28 01:07:56]
น่ารัก น่ารักมากมาย....สุดๆๆไปเลยอะ..ตอนนี้อ่านแล้วยิ้มๆๆ ถึงคาเมะจังจะปากร้ายไปบ้างแต่ก็น่ารักนะ
ตอนนี้จินดูแบบเป็นคนธรรมดาขึ้นมาบ้างก็ตอนมาเจอเพื่อนๆๆนี่ละ น่ารักเชียว...
by :
jink
[2007-03-12 01:28:40]
|